เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
นางสาวพรทิพย์ จันสะอาด รหัส 52031390165

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สัญญาลูกผู้ชาย 'เป๊ก'จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี 'ธัญญ่า'วอน'พิงกี้'อย่าทำอีก

สัญญาลูกผู้ชาย 'เป๊ก'จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี  'ธัญญ่า'วอน'พิงกี้'อย่าทำอีก
เป๊ก-สัญชัย แจงตนและพิงกี้-สาวิกา ส่งข้อความคุยกันแค่ฐานะพี่น้อง ยันไม่ได้เจออีกฝ่ายเลย ย้ำจะทำหน้าที่ีหัวหน้าครอบครัวที่ดี  ด้านธัญญ่า-ธัญญาเรศ วอนอีกฝ่ายเลิกส่งข้อความ แจงโทร.หาแม่นางเอกสาวแค่บอกว่านางเอกสาวมีการติดต่อสามีตน...
เป็นข่าวฮือฮาอีกครั้งหลังมีคลิปเสียงฉาวที่อ้างว่าเป็นการสนทนาของนักแสดง สาววิก 3 ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล และ แม่อ้อย-สรินยา คุณแม่ของนางเอกนัยน์ตาคม พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช โดยเนื้อหาในการสนทนาเริ่มต้นที่ธัญญ่าบอกว่าพิงกี้ส่งข้อความทำนองว่าคิด ถึงหาไฮโซหนุ่ม เป๊ก-สัญชัย เองตระกูล สามีของเธอ จากนั้นคุณแม่ของนางเอกคนดังก็ออกโรงโต้กลับทันทีเพื่อปกป้องลูกสาว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง และเมื่อบรรดากระจอกข่าวทราบว่าคู่สามีภรรยา เป๊ก-ธัญญ่า ขอเปิดใจถึงกรณีดังกล่าวในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต "J on the Moon" ที่ร้าน Muze ทองหล่อ จึงตามมาทำข่าวสัมภาษณ์ทั้งคู่กันแน่นงาน
หนุ่มเป๊กเปิดใจแบบร่ายยาวถึงเรื่องนี้ว่า "ผมไม่อยากให้มองว่าเรื่องเอสเอ็มเอสเป็นเรื่องสาระสำคัญนะ ถ้าถามว่าเรื่องเอสเอ็มเอสเป็นยังไงผมก็จะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง เบอร์ก็เป็นเบอร์ที่น้องเขาเคยใช้ ผมรู้และเข้าใจดีว่าเอสเอ็มเอสที่ส่งไปเป็นแค่การทักทาย คำที่อยู่ในประโยคนั้นๆ หรืออยู่ในเอสเอ็มเอสมันสามารถทำให้คนคิดไปได้หลายรูปแบบเพราะต่างคนก็ต่าง ความคิด มันก็ด้วยต่างวาระต่างสถานการณ์ ทำให้คำๆ นี้สามารถแปลความหมายไปได้ในหลายความหมาย อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกติของการส่งเอสเอ็มเอสสำหรับคนที่รู้จักกัน มันเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องของมนุษย์ เป็นเรื่องของคนที่ทำกันได้  ผมเองในบางครั้งที่ได้เห็นน้องเขาตามสื่อหรือตามโฆษณา พอนึกถึงก็ส่งเอสเอ็มเอสไปตามปกติ ซึ่งผมก็บอกธัญญ่า แต่ผมเข้าใจในเรื่องของธัญญ่าที่ได้รับเอสเอ็มเอสในวันนั้น ในฐานะภรรยาธัญญ่าก็จะต้องโกรธและโมโหเป็นธรรมดา ถึงแม้ในวันนั้นเบอร์ที่ส่งมาจะไม่ใช่เบอร์ของน้องเขาก็ตาม เมื่อเอสเอ็มเอสมาแบบนี้ธัญญ่าก็จะต้องโมโห ผมเข้าใจได้ดี แต่ก็อยากจะบอกธัญญ่าและทุกคนในที่นี้ด้วยว่า ผมเองและน้องเขาไม่ได้มีอะไรเลย ไม่เคยได้เจอไม่เคยได้พบกันเลย มีแต่เพียงแค่เมสเสจทักทายนานๆ ที นี่พูดด้วยความสัตย์จริงของลูกผู้ชาย ด้วยที่ผ่านมาทุกคนเอง คนที่ใกล้ตัวผมทุกคนคงเห็นว่าผมเองพยายามมากแค่ไหนที่จะทำให้ครอบครัวกลับมา เป็นเหมือนเดิม ให้ภรรยาคือธัญญ่าที่ผมรักมาก และลูกสาวที่ผมรักกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะกลับไปทำเรื่องแบบนั้น หรืออะไรที่ไม่ดีที่จะทำให้ครอบครัวผมกลับไปนับศูนย์อีก มันไม่ใช่ความคิดของผมแน่นอน"
"ในส่วนตัวของน้องเขาเอง ผมเชื่อว่าเขาเองก็ผ่านอะไรร้ายๆ มาเยอะ กว่าที่เขาจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวได้ตามปกติมันก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนเข็ญ หลายๆ คนก็คงเห็น คงไม่มีความคิดที่จะกลับมาทำอะไรที่ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ ขอยืนยันให้ทุกคนได้ทราบให้ธัญญ่าได้สบายใจว่า ทุกเรื่องที่ได้ยินมามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเพียงแค่การทักทายกันปกติ ในเรื่องของคลิปที่หลุดออกไปผมก็ไม่รู้ว่าหลุดไปได้ยังไง ธัญญ่าส่งให้เพื่อนสนิท ส่งให้ครอบครัวที่ต่างประเทศ แล้วก็ผมส่งให้เพื่อนสนิท ส่งให้ครอบครัวผมเช่นเดียวกัน พนักงานผมฟังทุกๆ คน หลุดยังไงผมไม่ทราบ ผมต้องบอกไว้ว่าในฐานะที่ธัญญ่าเป็นภรรยา คงจะต้องโมโหผมเป็นธรรมดา ธัญญ่าเองก็ได้โทร.ไปหาน้องเขา ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งเมื่อนานมากแล้ว คุณแม่ของน้องเขาได้บอกธัญญ่าว่า ถ้ามีปัญหาอะไรให้โทร.มาปรึกษาได้ ธัญญ่าก็เลยโทร.ไปมันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของคลิปอันนี้ ส่วนทางคุณแม่ของน้องเขาเอง ผมก็เข้าใจว่าตัวคุณแม่น้องเขาคงรู้ว่าน้องไม่ได้ติดต่อไม่ได้อะไรกับผม แต่พอได้มาเจอเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ก็คงจะตกใจ โมโห แล้วก็คงต้องปกป้องลูกสาวในฐานะที่เขาเป็นแม่มันเป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่อยากเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นปัญหาให้ครอบครัวผมเองจะต้องมีปัญหาอีก รวมถึงครอบครัวของน้องเขาด้วย ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น"
"ที่ผ่านมา ทั้งหมดทั้งมวลผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ นานามันเกิดขึ้นมา ให้ธัญญ่าต้องทะเลาะกับแม่น้องเขา หรือว่าตัวน้องเขาและอีกหลายๆ คน ทำให้ธัญญ่าต้องเสียชื่อเสียง รวมถึงชื่อเสียงของน้องเขาด้วย ผมเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดข่าวคราวที่น่าเบื่อหน่ายยืดยาวมากๆ จนผมเห็นข่าวผมเองผมยังไม่ดูไม่อ่านอะไรทั้งสิ้น ผมอยากให้เรื่องราวเหล่านี้ยุติด้วยคำพูดของผมในฐานะที่ผมเป็นลูกผู้ชาย ถ้าคุณมารอฟังผมกันเยอะขนาดนี้คุณต้องเชื่อผม และให้เกียรติผมว่าในสิ่งที่ผมพูดคือเรื่องจริง ผมยืนยันว่าผมกับน้องเขาไม่มีอะไร ไม่เคยเจอกันไม่เคยพบกัน และจากนี้ไปผมก็ยืนยันว่าผมจะต้องทำให้ครอบครัวที่ผมรักมากๆ ภรรยาและลูกที่ผมรักกลับมาอยู่ด้วยกันดีเหมือนเดิมให้ได้เร็วที่สุด ส่วนน้องเขาก็ปล่อยให้น้องเขาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวตามที่เขาต้องเป็น ผมอยากจบสิ้นยุติข่าวเรื่องนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง อีกอย่างผมต้องขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ นักข่าวทุกคน สื่อทุกสื่อ พิธีกรรายการข่าวทีวีต่างๆ ที่ได้รอจะให้โอกาสผมได้มาพูดในวันนี้โดยที่ไม่มีการลงข่าวหรือว่าอะไรมา ตัดสินผมไปลงข่าวก่อน อันนี้ผมต้องขอบคุณจากใจผมเลย จากนี้ไปผมก็จะต้องเดินหน้าทำให้ครอบครัวผมกลับมาดีเหมือนเดิม"
ด้านธัญญ่าเปิดใจบ้างว่า "เรื่องทั้งหมดเป๊กพูดไปหมดแล้ว อยากฝากถึงน้องคนนั้นว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมา 2 ปีกว่าจะ 3 ปี พวกเราทุกข์ทรมานกันหมดทุกฝ่าย ขณะนี้เรากำลังให้โอกาส พี่เป๊กขอโอกาส จากที่เราตัดสินใจว่าจะหย่าแน่นอน ในเมื่อพี่เป๊กเป็นคนขอกลับมาอีกครั้ง และลูกเราก็โตขึ้นทุกวัน เราเลยคิดว่าก็ควรจะให้โอกาสเขาเพื่อครอบครัวเราและลูกของเรา อยากฝากขอร้องน้องนิดนึงนะคะเรื่องการส่งข้อความคิดถึงสามีเรา มันก็ยากที่จะเข้าใจ แต่ในเมื่อพี่เป๊กยืนยันว่าไม่มีอะไรเราก็โอเคจะเข้าใจอย่างนั้น สำหรับกรณีที่เกิดการคุยกันในลักษณะที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่กับคุณแม่ของน้อง เขา อยากบอกว่าเราแค่จะโทร.ไปบอกว่าน้องเขามีการติดต่อมานะ คุณแม่เคยบอกไว้ว่าถ้ามีการติดต่อให้บอกคุณแม่ คุณแม่จะจัดการทุกอย่างเอง เลยอยากจะโทร.ไปบอกเขา ไม่งั้นมันจะค้างคาใจ เราจะดำเนินชีวิตครอบครัวต่อไปยังไง ในเมื่อเราไม่มั่นใจในเรื่องนี้เกือบ 3 ปี มันทุกข์ทรมานทั้งครอบครัวเราครอบครัวคุณ เรื่องการส่งข้อความหรือการโทร.มาจะในอนาคตอีก 2-3 ปี หรืออีกปีหรือ 6 เดือน ก็ขอให้เรามั่นใจในความสัมพันธ์นั้นว่าไม่มีอะไรเชิงชู้สาวอีกแล้ว ธัญญ่าจะโอเคค่ะ" เป๊กพูดเสริม "อันนี้บอกให้ธัญญ่าฟัง ยืนยันได้เลยอย่างลูกผู้ชายว่าเรื่องเหล่านั้นคงไม่มี เหมือนที่อธิบายทั้งหมด" ธัญญ่าแทรกว่า "คงไม่มีหรือไม่มี" เป๊กรีบตอบ "ไม่มีๆ"
น้องคนนั้นส่งข้อความมาบ่อยไหม? เป๊ก "บางทีผมก็ส่งเดือนละครั้ง เมื่อเวลาผมเห็นสื่อหรือเห็นอะไรที่ทำให้มันนึกถึงคนที่เคยรู้จัก ผมก็เอสเอ็มเอสไปเป็นปกติ หรือในอนาคตถ้าผมเจอน้องเขา ผมก็คงต้องทัก ส่งเมสเสจไปตามปกติ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องแบบนั้น มันเป็นเรื่องปกติมาก" จะเปลี่ยนเบอร์หรือส่งเมสเสจไปอีกมั้ย? เป๊กสวนทันที "ไม่เปลี่ยน คุณไม่ต้องถามหรอก ผมพูดไปหมดแล้ว ไม่ต้องมาคะยั้นคะยอถามผมว่าส่งไม่ส่ง ผมพูดทุกสิ่งทุกอย่างหมดแล้ว ทุกคนก็รู้ดี คนเป็นคน ลองคิดถึงตัวคุณเองสิ ถ้าคุณรู้จักใครซักคนคุณจะทำยังไง ความเป็นเพื่อนคุณไม่มีเหรอ ความเป็นพี่เป็นน้องทำไม่ได้เหรอ ผมยืนยันและตั้งใจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีเพื่อครอบครัว ณ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือลียา เราช่วยกันดูแลทั้งคู่ตลอดเวลา ลียาเขาก็ติดคุณแม่มากกว่า" ธัญญ่า "แต่ถ้าไม่มีธัญญ่าลูกก็จะติดพี่เป๊กมากเหมือนกัน" แสดงว่าเป๊กขอโฟกัสที่ลูกก่อน? เป๊ก "แน่นอน ในอนาคตผมไม่อยากให้ลูกมีปัญหา มีปมด้อย  ฉะนั้น ขึ้นอยู่ที่ตัวผมด้วย ต้องทำทุกอย่างให้ครอบครัวผมสมบูรณ์"
อยากกลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันร้อยเปอร์เซ็นต์อีกมั้ย? เป๊ก "จริงๆ มันก็ใช้อยู่แล้วสามีภรรยาเนี่ย ก็แค่แยกบ้านกันนอน" ธัญญ่า "ที่ผ่านมาจากตัดสินใจจะหย่าแน่นอน จบแน่นอน แต่พอมีโอกาสได้กลับมาเป็นครอบครัว อาจไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราก็ยังไปต่างประเทศ ทำกิจกรรมร่วมกัน มีปัญหาเรื่องลียาก็ปรึกษากันตลอด ทุกอย่างเหมือนดีขึ้น เราสบายใจที่พี่เป๊กพยายามให้เห็นจริงๆ แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ก็ทำให้เราเฟล เหมือนเรายังไม่ไว้ใจ" เป๊ก "ก็ที่พูดทั้งหมดเพราะอยากให้เข้าใจว่าไม่มีอะไร" ธัญญ่า "ธัญญ่าเชื่อว่าถ้าเป็นภรรยา เป็นครอบครัว เป็นแม่ของลูก ถ้ามีใครเข้ามาทำให้ชีวิตเรามีปัญหา เคยมีปัญหามาก่อนแล้วเวลาก็ผ่านไปไม่ นาน แล้วยังมาเจอข้อความ Miss you na มันยากที่จะเข้าใจ แต่เราก็พยายามจะเข้าใจหลังจากการที่เราได้รับการยืนยันนะคะ แต่ในวินาทีที่ได้เห็นข้อความก็คิดว่าจบแล้ว ไม่เอาแล้ว แต่พอวันเวลาผ่านไป เราก็ใจเย็นลง ได้คุยกัน ก็โอเค จะเข้าใจแบบนั้น" เป๊ก "ผมยืนยันความด้วยความเป็นลูกผู้ชายของผม แต่พูดไปเดี๋ยวก็โดนด่าอีก ก็มันไม่มีอะไรอย่างที่คนอื่นคิดหรอกครับ".
รับฟังเสียงสัมภาษณ์ เป๊ก-ธัญญ่า ได้ที่โทร *7172754 ค่าบริการนาทีละ 3 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) สำหรับลูกค้าเครือข่ายดีแทค

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ฟังเสียงคนกลาง! บอร์ด ESB เทเสียงหนุน 'แก้ว' น่าชนะ

ฟังเสียงคนกลาง! บอร์ด ESB เทเสียงหนุน 'แก้ว' น่าชนะ
ฟังเสียงคนกลางบ้าง!! หลังความเห็นส่วนใหญ่ในเว็บบอร์ดมวยระดับโลก "EastSideBoxing" เทเสียงให้ "แก้ว พงษ์ประยูร" สมควรเป็นฝ่ายชนะ "ซู ชิหมิง" โดยเฉพาะยกสุดท้ายที่แต้มขึ้นน้อยแบบค้านสายตา...
เว็บบอร์ดกีฬามวยระดับโลก "EastSideBoxing" ร่วมวิพากษ์วิจารณ์ผลการแข่งขันสุดค้านสายตา ในศึกมวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิกเกมส์ 2012 "ลอนดอนเกมส์" รอบชิงชนะเลิศ รุ่น 49กก.ชาย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลัง แก้ว พงษ์ประยูร นักชกความหวังของไทย ต้องพ่ายแพ้ต่อ ซู ชิหมิง นักชกตัวเต็งจากจีน แบบค้านสายตา 10-13 (ยกหนึ่ง 1-2, ยกสอง 3-4, ยกสาม 6-7) แถมยังถูกตัดคะแนนอย่างน่ากังขาในยกสุดท้ายด้วย
โดยในเว็บบอร์ดมีการแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสของผลการตัดสิน อาทิ สมาชิกชื่อว่า Stevenson#1 ได้โพสต์ข้อความว่า "ไฟต์นี้ถูกล็อกผลไว้แล้วแบบไม่ต้องสงสัยเลย" หรือจากสมาชิกที่ชื่อว่า GrizzyBeard โพสต์ข้อความคล้ายกันว่า "โกงเขา (แก้ว) เหนือกว่าชัดเจนในยกสุดท้าย" รวมถึง "หวังว่านี่คงไม่ใช่ตัวอย่างของคู่ชิงที่เหลือนะ" จากสมาชิกที่ชื่อว่า dmile
รวมถึงข้อความส่วนใหญ่ยังไปในทิศทางเดียวกันคือ เชื่อว่า แก้ว พงษ์ประยูร สมควรเป็นฝ่ายชนะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น "ถ้าไม่นับถูกตัดแต้มนะ, ผมนับดูแล้ว พงษ์ประยูร น่าจะได้ยกสุดท้าย 5-1 แต่ก็นะ เขาอาจต้องการถึง 10-1 ถึงจะรอดการถูกโกงไปได้" จากสมาชิกชื่อ IntentionalButt, "ผมไม่ได้นับแต้มไว้นะ แต่ก็คิดว่านักชกไทยน่าจะได้มากกว่านี้" จากสมาชิกชื่อ Karapuz
แต่ขณะเดียวกันยังมีสมาชิกเพียงคนเดียวในกลุ่มที่มองว่า แก้วยังทำได้ไม่ดีพอ "ไม่เข้าใจว่าทำไมนักชกไทยต้องแปลกใจด้วย เพราะเขาเองยังทำได้ไม่ดีพอในยกที่สาม" จากสมาชิกชื่อ RSBonos แต่ก็มีการโต้แย้งจากสมาชิกคนอื่นๆ อาทิ IntentionalButt ที่แย้งว่า "ล้อเล่นหรือเปล่า เขาทำเท่าที่เขาจะสามารถทำได้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่า ซู ไม่ยอมสู้ด้วยเลย...แถม ซู ยังสมควรถูกตัดแต้ม ขณะที่ แก้ว ไม่ควร"

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แคนนอนทวงแชมป์กล้อง ส่ง EOS M และ 650D อุดตลาด DSLR

แคนนอนทวงแชมป์กล้อง ส่ง EOS M และ 650D อุดตลาด DSLR
แคนนอน รุกกล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ ส่ง EOS M มิเรอร์เลสตัวแรกลงตลาด ต.ค.นี้ ควบคู่กับ DSLR ตัวล่าสุด 650D เชื่อจะทำให้เบียดขึ้นเป็นผู้นำตลาดได้ด้วยส่วนแบ่งตลาดครึ่งปีหลังเพิ่มเกิน 20% จากตลาดรวมกล้องดิิจิตอลประมาณ 1.4 ล้านตัว ขณะที่เป้าหมายรายได้ตั้งไว้ที่ 6.5 พันล้านบาท...
นายวาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทย-แลนด์) จำกัด กล่าวว่า แคนนอนขอนำเสนอกล้องดิจิตอล 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ กล้อง EOS 650D กล้อง DSLR ตัวแรกของโลกที่มีหน้าจอทัชสรีนแบบมัลติทัช ปรับหมุนได้ และกล้อง EOS M กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้รุ่นแรกของแคนนอนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพแบบกล้องมืออาชีพ แคนนอนมั่นใจว่า เราจะยังคงครองแชมป์ความเป็นอันดับหนึ่งในตลาดอิมเมจจิ้งต่อไปโดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 20% ภายในสิ้นปี 2555 จากตลาดรวมกล้องทั้งหมด 1.4 ล้านตัว โดยแคนนอนตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 6.5 พันล้านบาทจากเป้าหมายรวมทั้งกลุ่ม 11,100 ล้านบาท
ปธ.บริษัท และ ปธ.กก.บห. บ.แคนนอน กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดกล้องดิจิตอลดีเอสของแคนนอน ยังมีการแข่งขันที่สูง โดยในแง่ของส่วนแบ่งการตลาด ครึ่งปีแรก 2555 แคนนอนมีอยู่ 19% คาดว่าครึ่งปีหลัง 2555 ส่วนแบ่งน่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 22-23% เนื่องจากเราได้กลุ่มกล้องมิเรอร์เลสมาเสริม สำหรับกลุ่มเป้าหมายของกล้อง กล้อง EOS M แน่นอนว่าจะจับกลุ่มคนที่เปลี่ยนจากกล้องคอมแพคมาสู่กล้องดิจิตอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ หรือต้องการประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมทั้งกลุ่มที่มีโอกาสสูง คือ กลุ่มมืออาชีพที่ใช้ดีเอสแอลอาร์อยู่แล้ว และมองหากล้องตัวที่ 2 มาเสริมการทำงาน นี่ก็เป็นอีกกลุ่มที่มีโอกาสสูงมากในการทำตลาด แม้ว่ากล้องมิเรอร์เลสแคนนอนจะออกสู่ตลาดช้ากกว่าคู่แข่ง แค่ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบความต้องการลุกค้ามาตลอด อีกทั้งจับเอาข้อผิดพลาดของคู่แข่งมาศึกษา เพื่อพัฒนากล้องให้ออกมาตอบโจทย์มากที่สุด
กล้องดิจิตอล 2 รุ่นใหม่จากแคนนอนนี้ มีฟังก์ชั่นที่สมบูรณ์แบบ ขยายขีดความสามารถของกล้องดิจิตอลให้ดีขึ้น ล้ำหน้าด้วยจอ LCD แบบ Multi-Touch (Capacitive Sensing) ใช้งานง่าย และตอบสนองทันท่วงทีทุกเหตุการณ์ พร้อม Touch interface ให้ผู้ใช้เลือกเมนู ปรับค่าตั้งกล้อง และสั่งงานกล้องได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ภายในประกอบด้วยเซ็นเซอร์ Hybrid CMOS AF System สุดยอดเทคโนโลยีไฮบริดในกล้องดิจิตอล ให้ความเร็วในการโฟกัสภาพ แบบ Contrast Detection ที่โฟกัสระยะวัตถุได้แม่นยำ พร้อม Phase Detection จับภาพไวขึ้นเป็น 2 เท่าแบบอัตโนมัติเมื่อวัตถุอยู่ในระยะโฟกัส ทำงานผสานกับชิพประมวลผล DIGIC 5 ที่ทำงานประสานกันได้อย่างลงตัวทำให้สามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้ 5 เฟรมต่อวินาที และเทคโนโลยีของระบบ GPS ในตัวกล้อง EOS 650D ไม่ว่าจะเริ่มต้นการเดินทางจากจุดใดและไปสิ้นสุดที่จุดไหน ก็สามารถระบุตำแหน่งของทุกภาพแห่งความประทับใจได้อย่างแม่นยำ
อีกนวัตกรรม คือ เทคโนโลยี STM ในเลนส์ใหม่ ทั้ง EF 40mm. f2.8 STM และ  EF-S 18-135 mm. f3.5-5.6 STM ด้วย Stepping Motor ปรับโฟกัสได้อย่างต่อเนื่อง ให้ภาพคมชัดทุกช่วงการซูม และปราศจากเสียงรบกวนจากเลนส์ในขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหว และระบบป้องกันการสั่นไหว Dynamic Image Stabilizer ขณะกำลังเดินถ่ายภาพ ขณะที่ จุดเด่นที่กล้องดิจิตอลแคนนอน EOS มีชื่อเสียง ก็คือ ฟังก์ชั่นเพื่อการถ่ายภาพยนตร์ หรือ Full HD EOS Movie ซึ่งในกล้องรุ่นใหม่นี้มี Movie Servo AF ระบบโฟกัส และติดตามวัตถุในขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหวอัตโนมัติ แม่นยำ ต่อเนื่อง ไม่หลุดโฟกัส แม้ว่าวัตถุกำลังเคลื่อนที่อยู่ ทำให้การบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้คมชัดดุจมืออาชีพ และ Video Snapshots ให้ผู้ใช้สามารถตัดต่อภาพยนตร์สั้นและใส่เพลงประกอบเองได้ในตัวกล้อง พร้อมไมโครโฟนระบบเสียงแบบสเตริโอในตัวกล้อง หรือจะใช้ร่วมกับไมโครโฟนเสริมก็ทำได้
กล้องดิจิตอลทั้ง 2 รุ่นถูกคิดค้นมาเพื่อให้ใช้งานง่าย แม้ในสถานการณ์ที่ยากต่อการถ่ายภาพ อาทิ ฟังก์ชั่น Multi-shot Noise Reduction ที่กล้องจะบันทึกภาพ 4 ภาพต่อเนื่อง จากนั้นก็จะทำการปรับความละเอียด และความคมชัดของภาพให้ออกมาเป็นภาพที่ดีที่สุดเพียงภาพเดียว หรือ Handheld Night Scene ที่ช่วยให้ผู้ใช้บันทึกภาพในเวลากลางคืนได้อย่างสวยงาม โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องอีกต่อไป HDR Backlight Control สำหรับการถ่ายภาพในตอนกลางวันที่สามารถบันทึกภาพด้วยการรับแสงได้ถึง 3 แบบ รวมทั้ง Scene Intelligent Auto คำนวณการปรับตั้งค่ากล้องให้อัตโนมัติสำหรับมือสมัครเล่น นอกจากนี้ยังมี ฟังก์ชั่น Creative Filter ให้เลือกใส่เอฟเฟกต์ เพิ่มลูกเล่น Fish Eye, Miniature Effect, Toy Camera และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อม In-Camera RAW Process ปรับแต่งภาพและปรับขนาดภาพได้ในตัวกล้อง EOS 650D มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส LCD กว้างถึง 3 นิ้วในแบบ Vari-Angle Clear View ให้คุณสามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานได้บนหน้าจอเดียว ด้วย Camera Speed Performance ที่เหนือกว่าจึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องอาศัยความรวดเร็วเป็นพิเศษ เช่น การถ่ายภาพกีฬา ภาพคอนเสิร์ต เป็นต้น
กล้องดิจิตอล แคนนอน EOS 650D ออกวางจำหน่ายแล้ว ณ ตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ  กล้องดิจิตอล แคนนอน EOS M กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้รุ่นแรกจากแคนนอน ใช้งานง่าย มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สะดวกในการพกพา ดีไซน์ทันสมัยสไตล์กล้องคอมแพค แต่ให้คุณภาพภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Classic Black, Metallic Silver, Gloss White และ Gloss Red เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้หญิงรุ่นใหม่ กล้องรุ่นนี้จะออกวางจำหน่ายในเดือน ต.ค.2555 นี้.

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บังคับใช้แล้ว กฎหมายห้ามก๊งเหล้าบนรถ-ในโรงงาน

บังคับใช้แล้ว กฎหมายห้ามก๊งเหล้าบนรถ-ในโรงงาน
เริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ทั้ง 2 ฉบับ ห้ามขาย-ดื่มในโรงงาน และห้ามดื่มบนรถโดยสารทุกประเภท...
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ 1.การห้ามขายหรือห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการ โรงงาน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ซึ่งประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน หลังจากลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 7 ส.ค.2555 2.การห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางสาธารณะขณะขับขี่ หรือโดยสารอยู่บนรถทุกประเภท มีผลบังคับใช้ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 8 ส.ค.2555
นายจะเด็จ กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เห็นความสำคัญ ทำกฎหมายให้เป็นจริง เชื่อว่าจะช่วยลดสถิติการเสียชีวิต พิการ บาดเจ็บ ในทุกช่วง โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ในอีกไม่กี่เดือนนี้ เพราะที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตสูงเฉลี่ยวันละ 60-66 ราย ส่วนวันธรรมดามีประมาณ 30 ราย รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายแสนบาทต่อปี โดยที่บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้รับผิดชอบอะไรเลยที่สำคัญมักพบว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มต้องมาตกเป็นเหยื่อ อย่างไรก็ตามแม้จะมีกฎหมายแล้ว การบังคับใช้ก็ต้องจริงจังและเข้มงวด ซึ่งสามารถพิสูจน์ผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
ด้าน นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า กฎหมายนี้จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้เป็นรูปธรรม แต่ถ้าจะให้ได้ผลยิ่งขึ้นต้องมีมาตรการเสริมเรื่องการจำกัดการซื้อ การออกใบอนุญาตขายร่วมด้วย.

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวอินเทล จัดกิจกรรม "Me The Musical" สำหรับชาวเฟซบุ๊ก ข่าวไอที

อินเทล จัดกิจกรรม "Me The Musical" สำหรับชาวเฟซบุ๊ก
อินเทลแนะนำกิจกรรมใหม่ให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้ร่วมสนุกสร้างสรรค์เรื่องราวของตน ผ่านประสบการณ์ออนไลน์แนวใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ละครเพลง “Me The Musical” เพื่อหวนคืนช่วงเวลาในอดีตผ่านละครเพลงของตนเอง...
นางดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อินเทล  ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Me The Musical คือ ละครเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตเรื่องแรกของโลก เพื่อสร้างความบันเทิง และเฉลิมฉลองเรื่องราวที่น่าสนใจในอดีตและมุมมองของอนาคตไปพร้อมๆ กัน เพราะชีวิตคนเรา ชีวิตเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นเราควรหยุดพักเพื่อแสวงหาความสนุกสนานบ้างเป็นครั้งคราว
breakผู้จัดการฝ่ายการตลาด อินเทล กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของ Me The Musical ก็คือ การเฉลิมฉลองประสบการณ์ที่พวกเรามีร่วมกัน และสิ่งต่างๆ ที่ผูกพันพวกเราเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่นความโหยหาอดีต การเล่าเรื่องราวเพลงและการเต้นรำ ซึ่งถือเป็นสามัญสำนึกร่วมที่มีในวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของโลกประสบการณ์ที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสจะเป็นทั้งแบบโดยรวมและส่วนตัว ผ่านการนำองค์ประกอบบางส่วนจากประวัติส่วนตัว มารวมอยู่ใน Me The Musical เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผู้ใช้ เข้ากับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกของเรา นอกจากนั้น Me The Musical ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คนอย่างกว้างขวางอีกด้วย และตอกย้ำ ยุคใหม่แห่งการประมวลผลที่อินเทลได้พูดมาตลอด
“การประดิษฐ์ไมโครโปรเซสเซอร์เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราอย่างมาก ปัจจุบันเราแทบคิดไม่ออกแล้วว่ามีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกชนิดใดบ้างที่ไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยในขณะที่คอมพิวเตอร์เองก็มีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุปกรณ์ชนิดใหม่ที่ชื่อว่า อัลตราบุ๊ก ที่จะเข้ามายกระดับรูปแบบการประมวลผลของผู้ใช้ ทั้งในรูปแบบและดีไซน์ พร้อมกับการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าเดิม ให้ประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และเพิ่มความละเอียดในการรับชมมีเดียและภาพกราฟฟิกได้ดีขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นก่อนหน้านี้ ก็ถือเป็นตัวแทนของยุคใหม่” นางดรรชนีพร กล่าว
breakทั้งนี้ 'Me The Musical’ คือภาคต่อของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจาก Museum of Me ที่อินเทลได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลบนเฟซบุ๊กของผู้ใช้เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเวอร์ชวล ที่แสดงชีวิตดิจิตอลของผู้ใช้ โดยรูปภาพส่วนตัว รวมถึง วิดีโอ และเพื่อนของของคุณจะถูกนำมาจัดแสดงเหมือนกับผลงานศิลปะ ตาม แกลเลอรี่ ซึ่งหลังจากที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา Museum of Me ได้รับรางวัลระดับนานาชาติอย่างมากมาย อาทิ FWA (Favorite Website Awards) Site of the Year, The Design and Art Directors Award London, Asia Pacific Advertising Festival and Contagiousmagazine’s Top 10 Most Contagious Ideas of 2011 รวมไปถึงการคว้ารางวัลถึง  6 สาขา จากงาน Cannes Lions International of Creativity ซึ่งเป็นงานที่ร่วมฉลองผลงานสร้างสรรค์ ด้านการสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย.

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ลมกรดโดมินิกัน ทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.

ลมกรดโดมินิกัน ทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.
แชมป์เก่าปี 2004 "เฟลิกซ์ ซานเชซ" จากโดมินิกัน กลับมาทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.ชายได้อีกครั้ง หลังควบเข้าเส้นชัยเฉือนชนะคู่ต่อสู้จากสหรัฐฯ ส่วนกระโดดค้ำถ่อหญิง อีเลนา อิซินบาเยวา เจ้าของเหรียญทอง 2 สมัย ชวดได้แค่เหรียญทองแดง...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 7 ส.ค.ว่า เฟลิกซ์ ซานเชซ นักวิ่งจากโดมินิกัน ทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรชาย ศึกโอลิมปิกกลับมาได้สำเร็จ หลังจากคว้าชัยในศึก"ลอนดอนเกมส์ 2012" ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
นักวิ่งวัย 34 ปี ซึ่งเป็นแชมป์เก่า ในศึกเอเธนส์เกมส์ ปี 2004 ทำเวลาเข้าเส้นชัยคนแรก 47.63 วินาที เฉือนชนะ ไมเคิล ตินสลีย์ จากสหรัฐฯ ไปเพียงเสี้ยววินาที ขณะที่ อันดับ 3 เหรียญทองแดง เป็นของ ฮาเวียร์ คูลสัน จากเปอร์โตริโก และทำให้เขากลายเป็นนักกีฬาคนแรกของประเทศที่ได้เหรียญโอลิมปิกด้วย ด้าน อันเกโล เทย์เลอร์ แชมป์เก่า ปักกิ่งเกมส์ 2008 ได้แค่ที่ 5 เท่านั้น
เฟลิกซ์ ซานเชซ (กลาง)
ขณะที่ คิรินี เจมส์ จาก เกรนาดา เจ้าของแชมป์โลกคนปัจจุบัน คว้าเหรียญทอง ในการวิ่ง 400 เมตรชาย และเป็นเหรียญทองแรกใน "ลอนดอนเกมส์" ของประเทศตัวเองด้วย โดยทำเวลาได้ 43.94 วินาที เหรียญเงิน และ ทองแดงเป็นของ ลูเกลิน ซานโตส จากโดมินิกัน และ ลาลอนเด กอร์ดอน จากตรินิแดดตามลำดับ
คิรินี เจมส์ (ชุดเขียว)
ส่วนการแข่งขันวิ่งวิบาก 3,000 เมตรหญิง ไม่พลิกโผเช่นกัน เมื่อเหรียญทองตกเป็นของ ยูลิยา ซาปิโรวา จากรัสเซีย เจ้าของแชมป์โลกปี 2011 ทำเวลาได้ 9 นาที 06.72 วินาที เหรียญเงิน ฮาบิบา กิริบิ จากตูนีเซีย ทำเวลา 9 นาที 08.37 วินาที และ เหรียญทองแดง โซเฟีย อัสเซฟา จากเอธิโอเปีย ทำเวลา 9 นาที 0.84 วินาที
อีเลนา อิซินบาเยวา อดทำสถิติซิวเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัย
ขณะที่กรีฑาประเภทลาน มีการชิงกัน 2 เหรียญทอง ดังนี้ กระโดดค้ำถ่อหญิง เหรียญทอง เจนนิเฟอร์ ซูห์ร จากสหรัฐฯ ทำได้ 4.75 เมตร เหรียญเงิน ยาริสลีย์ ซิลวา จากคิวบา และ ทองแดง อีเลนา อิซินบาเยวา จากรัสเซีย แชมป์เก่า 2 สมัย ปี 2004 และ 2008 และ ทุ่มน้ำหนักหญิง เหรียญทอง นาดเซยา อสตาปชุค จากเบลารุส ทำได้ 21.36 เมตร เหรียญเงิน วาเลรี อดัมส์ จากนิวซีแลนด์ และ เหรียญทองแดง เยฟเกเนีย โคลอดโก จากรัสเซีย .

ข่าวซิป้า เล็งเผยโฉม "Edumarket" เวอร์ชั่นเต็ม ต.ค.นี้ ข่าวไอที

ซิป้า เล็งเผยโฉม "Edumarket" เวอร์ชั่นเต็ม ต.ค.นี้
ซิป้า ผนึกเอทีเอสไอ และเอทีซีไอ โชว์หลากซอฟต์แวร์ไทย งานไอซีทีเอ็กโปร์ 2012  พร้อมชูจุดเด่นคลาวด์คอมพิวติ้งรองรับ เปิดโฉม Edumarket ครั้งแรก ดันเป็นตลาดกลางซอฟต์แวร์แท็บเล็ตสำหรับการศึกษา ก่อนเปิดเวอร์ชั่นเต็ม ต.ค.นี้...
นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า ในงาน ไอซีที เอ็กโปร์ 2012 ครั้งนี้ กิจกรรมที่นำเสนอ คือ เอ็ดดูมาร์เก็ต (Edumarket) ซึ่งเป็นตลาดใหม่ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์บนเครื่องแท็บเล็ต โดยซิป้าร่วมสนับสนุนให้สมาคมอีเลิร์นนิ่งเป็นผู้พัฒนาระบบทั้งหมด เพื่อให้นักพัฒนาเนื้อหาบนแท็บเล็ตสำหรับการศึกษาของไทยได้นำผลงานมาให้ผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดไปใช้ โดยในงานครั้งนี้จะเป็นเวอร์ชั่นทดลอง และมีโปรแกรมให้ดาวน์โหลดได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะเปิดแบบเวอร์ชั่นเต็มประมาณเดือน ต.ค.นี้break
ผอ.ซิป้า กล่าวต่อว่า ซิป้ายังนำผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการ 84  พรรษา มหาราชัน โดยมีผลงาน อัครดุริยะศิลปินราชสดุดี 84 พรรษา เชลล์ดอนการ์ตูนไทยไปทั่วโลก ซอฟต์แวร์ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล ภายใต้ชื่อ Humatrix8 ซึ่งทั้งหมดเป็นผลงานที่มีคุณภาพที่มาจากฝีมือคนไทยมานำเสนอต่อผู้เข้าร่วมชมงาน ทำให้เห็นศักยภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย อย่างไรก็ตาม ซิป้าได้รับความร่วมมือจากสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย หรือ เอทีซีไอ และ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ เอทีเอสไอ ในงานนำผลงานของซอฟต์แวร์ไทยอีกมากมายมานำเสนอต่อตลาดระดับสากล โดยมีกิจกรรมของการแสดงเทคโนโลยีไอซีทีของไทยเป็นช่องทางนำเสนอ ถือเป็นการเริ่มเปิดตลาด และสร้างความแข็งแกร่งเพื่อไปสู่เวทีอาเซียนต่อไปได้
นายสมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ เอทีเอสไอ กล่าวว่า จากการที่เอทีเอสไอ ร่วมกับเอทีซีไอ และซิป้า ร่วมระดมผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยเข้าร่วมงานครั้งนี้ กว่า 50 ราย เพื่อแสดงทิศทางของซอฟต์แวร์ยุคใหม่ของไทยที่ต่อไปจะเน้นสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ใช้งานผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง รองรับการแข่งขันจากการเปิดเขตเสรีทางการค้าในเขตอาเซียน หรือ เออีซี และเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในส่วนของภาคผลิต และบริการของประเทศ รวมทั้งสร้างฐานการแข่งขันจากซอฟต์แวร์ต่างประเทศในอนาคตbreak
ขณะนี้ซอฟต์แวร์ของไทยได้ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพอสมควร และล่าสุด ยังมีการปรับสถาปัตยกรรมเพื่อทำให้เกิดไฟล์มาตรฐานในรูปแบบ e-bXML ซึ่งจะทำให้เกิดการต่อเชื่อมระหว่างซอฟต์แวร์ของแต่ละที่ได้โดยอัตโนมัติ โดยเอทีเอสไอเร่งประสานงานเพื่อให้ซอฟต์แวร์เฮ้าส์ไทยมีความโดดเด่นในด้านนี้อย่างจริงจัง และผู้ใช้ซอฟต์แวร์ไทยจะสามารถทดลองใช้คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ไทยนี้ได้ในงาน และจะสามารถใช้ได้จริงตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังเร่งเตรียมตัวให้ซอฟต์แวร์เฮ้าส์ของไทย พุ่งเป้าหมายในการพัฒนาซอฟต์แวร์ไปยัง 6ตลาดอุตสาหกรรมที่ซิป้าสนับสนุน คือ กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อัญมณี การศึกษา การขนส่ง อาหารและเกษตรกรรม การแพทย์และสาธารณสุข
สำหรับผู้สนใจสามารถเยียมชมได้งาน ไอซีทีเอ็กโปร์ 2012 จัดระหว่างวันที่ 3-6 ส.ค.2555  เวลา 10.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี.