เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
นางสาวพรทิพย์ จันสะอาด รหัส 52031390165

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สาวบาร์กระหน่ำแทงเพื่อนสาว 20 แผลดับคาห้อง

สาวบาร์กระหน่ำแทงเพื่อนร่วมห้องกว่า 20 แผล เสียชีวิต สารภาพ ก่อนก่อเหตุร่วมกันเสพยาเสพติดแล้วมีปากเสียงกันเรื่องส่วนตัว 

เมื่อเวลา 04.00 น.(16 ส.ค) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร รับแจ้งมีผู้ก่อเหตุฆ่าคนตายรอมอบตัวอยู่ภายในห้องพักคอนโดมิเนียม ซ.อินทามระ 47 จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบนางสาวพรสุดา ทรงพระรักษ์ ยืนรอมอบตัว ขณะที่ภายในห้องน้ำพบศพ นางสาวจารุวรรณ สามปลื้ม สภาพตามตัวมีบาดแผลถูกแทงบริเวณลำตัวหน้าหลังกว่า 20 แผล ขณะที่ใบหน้าถูกปาดด้วยของมีคม และบริเวณลำคอหวิดขาด ภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นส.พรสุดา ไปยัง สน.สุทธิสาร 

โดยนางเฟื่อง ทิพย์บรรจง ผู้เป็นน้า เปิดเผยว่าช่วงเวลาประมาณ ตี 3 นางสาวพรสุดา หรือ โม ได้โทรแจ้งว่าฆ่าคนตายและขอให้พาเข้ามอบตัวกับตำรวจ ซึ่งในตอนแรกยังไม่เชื่อ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและมาพบว่าได้ก่อเหตุจริง 

โดย นส.พรสุดา สารภาพว่าได้ร่วมเสพยาไอซ์กับผู้ตายภายในห้อง ซึ่งได้มาขออาศัยอยู่เป็นเวลาเดือนกว่าแล้วและชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวจึงมีปากเสียงกันประกอบกับมีอาการเมายาจนก่อเหตุโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจปัสสาวะ และพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง จึงควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

บก.ข่าวเคเบิลทีวีดังสมุทรปราการ แอบติดกล้องถ่ายผู้ประกาศสาว-นศ.ฝึกงานในห้องน้ำ

บก.ข่าวเคเบิลทีวีดังสมุทรปราการ แอบติดกล้องถ่ายผู้ประกาศสาว-นศ.ฝึกงานในห้องน้ำ
วันที่ 17 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.ท.สมภพ  สุภาพร  สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ มีนางสาว น้อย (นามสมมติ) อายุ 23 ปี นางสาว เอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้ประกาศบริษัทเคเบิ้ลทีวีชื่อดังย่านจังสมุทรปราการ  รวมทั้งนางสาวโอ (นามสมมุติ)  นางสาวบี และนางสาวซี (นามสมมุติ) เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวของบริษัทเคเบิ้ลดังกล่าว ได้นำหลักฐานซึ่งเป็นคลิปวีดีโอที่ถูกแอบถ่ายในห้องน้ำจำนวนมาก เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมตัวนายธีรรัตน์  เจริญภัคดี อายุ 54 ปี  บรรณาธิการข่าวบริษัทเคเบิ้ลชื่อดังย่านจังหวัดสมุทรปราการ ที่ลักลอบนำกล้องถ่ายวีดีโอลับแบบรีโหมต เข้าไปติดตั้งแอบถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าวในบริษัทขณะเข้าไปทำภารกิจส่วนตัวในห้องน้ำ

หลังรับแจ้งและตรวจดูหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัด ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ จึงนำกำลังมาเชิญตัวนายธีรรัตน์ ในขณะนั่งทำงานอยู่ที่ชั้น 3 ของบริษัท พร้อมยึดของกลางกล้องแอบถ่ายรีโหมตคอนโทรล จำนวน 3 ตัว กล้องวีดีโอแบบแท่ง 1 ตัว และเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คจำนวน 1 เครื่อง ฮาร์ดดิสก์แบบพกพา  ขนาด 1 เทราไบต์ 2 ตัว

ตรวจสอบข้อมูลทั้งในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและฮาร์ดดิสก์แบบพกพาทั้ง หมด พบมีคลิปแอบหญิงสาวที่เข้าไปภารกิจส่วนตัวในห้องน้ำอยู่ 46 คลิป ซึ่งเห็นใบหน้าและอวัยวะทุกส่วนของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าวร่วมทั้งฝ่ายเทคนิคของบริษัทเค เบิ้ลดังกล่าวที่เป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายจำนวนหลายคนและมีบางคลิปที่เห็นใบ หน้าของนายธีรรัตน์ บรรณาธิการข่าวบริษัทเคเบิ้ล ที่กำลังติดตั้งกล้องลับดังกล่าว

จากการตรวจสอบทั้งหมดมีภาพผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิง 9 คน เป็นผู้ประกาศข่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าว และนักศึกษาฝึกงาน ที่ถูกแอบถ่ายทุกสัดส่วน ซึ่งในวันนี้มีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพียง 5 คน ส่วนในวันพรุ่งนี้ผู้เสียหายอีก 4 คนที่มีภาพแอบถ่ายในคลิปจะเดินทางเข้าแจ้งความอีกครั้ง

นายชาย (นามสมมุติ) พนักงานฝ่ายข่าว ให้การว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ตนเข้าไปทำภารกิจในห้องน้ำที่บริเวณชั้น 3 ของบริษัท ซึ่งเป็นแผนกฝ่ายข่าวก็พบเห็นวัตถุบางอย่างตกลงมาจากใต้อ่างล้างหน้า ซึ่งอยู่ภายในห้องน้ำ จึงหยิบมาดู พบว่าเป็นกล้องแอบถ่ายแบบรีโหมตคอนโทรลสีดำ จึงก้มลงไปดูที่ใต้อ่างล้างหน้าพบว่ามีกระดาษกาว 2 หน้าติดอยู่ใต้อ่างและมีผ้ากาวสีขาว เป็นสีเดียวกันอ่างล้างหน้าติดอยู่ จึงสำรวจทุกส่วนในห้องน้ำได้พบว่าที่บริเวณใต้ที่ใส่กระดาษชำระยังมีกล้องแอบถ่ายแบบเดียวกันติดอยู่อีก 1 ตัว ในอ่างชักโครกด้านหน้าอีก 1 ตัว บนฝ่าเพดานอีก 1 ตัวรวม 4 ตัว ตนจึงนำกล้องที่ตกลงมาไปติดตั้งไว้ที่เก่าก่อนที่จะใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปกล้องที่ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ เอาไว้ทั้งหมด ก่อนที่จะนำเรื่องมาแจ้งให้ผู้จัดการบริษัททราบ และร่วมกันวางแผนหาตัวผู้ที่นำกล้องแอบถ่ายดังกล่าวเข้าไปติดตั้งเอาไว้ในห้องน้ำ โดยที่ผู้จัดการให้ตนคอยจับตาดูพนักงานฝ่ายข่าวที่ทำงานอยู่ทีบริเวณชั้น 3 ทุกคนที่เข้าออกห้องน้ำในชั้นดังกล่าว

นายชาย ระบุว่า จนกระทั่งในช่วงเย็นก่อนที่ผู้ประกาศข่าวจะเข้าไปอ่าน ก็เข้าไปทำภารกิจในห้องน้ำ และออกมา หลังจากนั้น นายธีรรัตน์เดินเข้าไปในห้องน้ำเดียวกัน ก่อนที่จะออกมาด้วยท่าทางมีพิรุธในมือกำวัตถุบางอย่างเอาไว้ซึ่งเป็นลักษณ์คล้ายรีโหมตสีดำ  ตนจึงจับตามองได้พบว่านายธีรรัตน์เห็นวัตถุดังกล่าวเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก พักใหญ่นายธีรรัตน์ได้ดึงวัตถุดังกล่าวออก และเดินออกไปจากห้องทำงาน โดยที่ไม่ได้ปิดคอมพิวเตอร์ จึงเข้าไปเปิดข้อมูลในคอมพ์ดูพบว่าเป็นภาพแอบถ่ายผู้ประกาศข่าวที่เข้าไปทำภารกิจในห้องน้ำ ซึ่งมีภาพอยู่หลายมุม นอกจากนี้ ยังมีคลิปแอบถ่ายในห้องน้ำของบริษัทอีกหลายสิบคลิป ซึ่งล้วนแต่เป็นพนักงานฝ่ายข่าวของบริษัททั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งมีการเขียนชื่อผู้เสียหายที่ถูกแอบถ่ายเอาไว้ทุกกล่อง ตนจึงได้โอนถ่ายข้อมูลบางส่วนใส่ฮาร์ดดิสก์แบบพกพาของตนก่อนที่จะนำมาให้ผู้จัดการดูพร้อมด้วยผู้เสียหาย ก่อนที่ผู้จัดการจะพาผู้เสียหายทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์

จากการสอบสวนนายธีรรัตน์  ให้การรับสารภาพสั้นๆ ว่า ตนเองเป็นผู้ติดตั้งกล้องแอบถ่ายจริงโดยอ้างว่า เอาเก็บไว้ดูเองไม่ได้นำไปเผยแพร่แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำการให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย หรือก่อให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

'พระเทพฯ'ทรงกำชับแก้ปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง

'พระเทพฯ'ทรงกำชับแก้ปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกำชับเร่งแก้ปัญหาไฟไหม้ป่า “พรุควนเคร็ง” กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ดับไฟ เตรียมพิสูจน์สิทธิที่ดินสัปดาห์หน้า...
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งกรมอุทยานฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพ ในการจัดงานภายใต้หัวข้อเกี่ยวกับผลสำเร็จการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีขึ้นในระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค.นี้ ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร
ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เข้าเยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการของกรมอุทยานฯ ซึ่งตนได้ถวายรายงานในเรื่องเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ ในส่วนของกรมอุทยานฯ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับสั่งถามถึงสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราชและพัทลุง โดยทรงเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ และรับสั่งกำชับให้กรมอุทยานฯ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เร่งแก้ปัญหา เพราะถ้าปล่อยให้ไฟลุกลามออกไป อาจทำให้กระทบกับสภาพพื้นที่และความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณดังกล่าวได้
ด้านนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการแก้ปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง ที่ จ.นครศรีธรรมราชและพัทลุงว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากระดับน้ำในป่าพรุลดลง ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง ประกอบกับประชาชนในพื้นที่ต้องการพื้นที่ทำการเกษตรเพิ่มเติม รวมทั้งมีนายทุนต้องการเข้าไปจับจองพื้นที่ จึงถางป่าและจุดไฟเผา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 2 จังหวัด ต่างระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและให้ความรู้กับชาวบ้าน พร้อมกำชับไม่ให้บุกรุกป่าเพิ่มเติมอีก โดยชี้ให้เห็นถึงอันตรายจากการเผาป่า นอกจากนี้ ยังจะเร่งดำเนินโครงการด้านชลประทาน เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่ด้วย
ขณะที่ นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผอ.ส่วนควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าที่พรุควนเคร็ง สามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้มีการลุกลามและไม่มีไฟไหม้ใหม่เกิดขึ้นแล้ว โดยขณะนี้เหลือพื้นที่เกิดไฟป่าใน 5 พื้นที่ คือ ที่ ต.เคร็ง อ.ชะอวด 2 จุด ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ 2 จุด และที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อีก 1 จุด แต่ไม่น่าห่วง เพราะสามารถกั้นพื้นที่ไม่ให้ไฟลุกลามขยายวงออกไป และตอนนี้ไฟก็เริ่มมอดแล้ว
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดไฟป่าขึ้น กินพื้นที่เสียหายไปถึง 9,870 ไร่ ซึ่งคงต้องเร่งฟื้นฟู โดยเฉพาะการจัดทำระบบน้ำในป่าพรุ เนื่องจากขณะนี้ ในป่าพรุควนเคร็ง มีระดับน้ำต่ำกว่าผิวดินถึง 40-50 เซนติเมตร ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ที่จะต้องมีระดับน้ำสูงกว่าผิวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ดังนั้น คงต้องประสานกับกรมชลประทานเพื่อหาทางฟื้นฟูต่อไป
ผอ.ส่วนควบคุมไฟป่า กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าหลังจากสถานการณ์ไฟป่าคลี่คลาย ทางกรมอุทยานฯ จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดิน 4 ประเภท ในพื้นที่ป่าพรุ คือ พื้นที่ป่าสงวน พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ ส.ป.ก. และพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิของราษฎร เพื่อจัดทำแนวเขตให้ชัดเจน พร้อมหามาตรการป้องกันไฟป่า และถือเป็นการพิสูจน์สิทธิในที่ดินไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากมีหลายพื้นที่ที่ประชาชนอ้างว่าเป็นพื้นที่ของตนเอง ทั้งๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวน หรือพื้นที่อนุรักษ์.

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หล่อใจงาม 'รุจ-เนส เดอะสตาร์' ปลูกปะการัง ปล่อยฉลาม-ปลา-เต่า

หล่อใจงาม 'รุจ-เนส เดอะสตาร์' ปลูกปะการัง ปล่อยฉลาม-ปลา-เต่า
หล่อออร่าทะลุแดดจ้า รุจ ควง เนส เดอะสตาร์ ยินดีมาร่วมกิจกรรมดีๆ ที่รายการ “บางอ้อ” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลพระชนมพรรษา 80 พรรษา
งานนี้นอกจากเป็นการรวมตัวทำดีของก๊วนพิธีกร หนุ่ม-คงกะพัน แสงสุริยะ, โจ๊กเกอร์-นพัตฎ์ธร มัททวีวงศ์, ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ ยังมี 2 หนุ่มเดอะสตาร์ รุจ-ศุภรุจ เตชะตานนท์ และ เนส-ยุทธนา กานิล พร้อมเด็กรักษ์สิ่งแวดล้อม จากโรงเรียนสิงห์สมุทร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มาร่วมแจมผนึกกำลังสานต่อแนวคิดปลูกจิตสำนึกรักษ์โลกในบางอ้อทริปพิเศษ “รวมพลคนใจดี ครั้งที่ 2” ตอน“ปลูกป่าใต้น้ำ คืนความงามสู่ทะเลไทย” ณ ค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
รุจ & เนส แลดูกระตือรือร้นยิ่งกว่าใคร เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ลองปลูกปะการัง ที่สำคัญเป็นวิธีปลูกแบบพิเศษด้วยท่อพีวีซี โดยมี อ.ประสาน แสงไพบูลย์ อาจารย์ประจำราชภัฏรำไพพรรณีและเป็นประธานมูลนิธิค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ ผู้คิดค้นการปลูกปะการังด้วยท่อพีวีซีคอยให้คำแนะนำและพานั่งเรือเพื่อนำปะการังที่ปลูกไว้ในท่อพีวีซีไปวางใต้ทะเล 2 หล่อรุจ-เนส สู้ๆ แดดแรง ไม่กลัวดำกันเลย
อย่าเพิ่งเพลีย...จากนั้น 5 หนุ่มนำทีมเด็กๆ ไปตะลุยต่อที่ “เพอคูล่าฟาร์ม” สัมผัสกับฟาร์มปลาทะเลสวยงามหลายพันธ์ุที่เห็นแล้วต้องร้อง “อู้หู” โดยเฉพาะปลาการ์ตูนตัวเล็กน่ารักที่เรารู้จักกันดีจากหนังดังเรื่อง “Finding Nemo” แต่รุจดูท่าจะหลงเสน่ห์ที่นี่เข้าอย่างจังถึงขนาดหาหมวกตัวปลานีโม่มาใส่แชะรูปเล่นทำท่าแอ๊บแบ๊วผิดลุคหนุ่มมาดขรึมที่เคยเห็นลิบลับ
ก่อนจะไปปิดท้ายที่ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เพื่อทำการปล่อยปลาฉลามกบและเต่าคืนสู่ทะเล พร้อมอาสาช่วยกันทำความสะอาดขัดบ่อเต่าแบบไม่กลัวเหนื่อย แถมทุกคนยังดูลั้ลลาบรรยากาศสนุกสนานเหมือนมางานปาร์ตี้สละโสดยังไงยังงั้น ณ จุดนี้เนสดูจะขยัน ลุยงานจริง ไม่ห่วงหล่อจนได้ใจแฟนคลับไปเต็มๆ ส่วนรุจท่าจะปลื้มบรรดาเต่าตัวน้อยกว่าเพื่อนเพราะขัดไปก็เล่นจุกจิกๆ กะน้องเต่าไปด้วย นี่ถ้าสาวๆ มาเห็นภาพนี้คงร้องกรี๊ดอิจฉาตาร้อน นึกอยากเกิดเป็นเต่าให้รู้แล้วรู้รอด
จบทริปรุจเผยว่า “ที่ผ่านมาเคยไปทำกิจกรรมแนวนี้หลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นแนวปลูกป่าซะมากกว่า เพิ่งมีงานนี้แหละที่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับทะเล แถมได้ลุยขนาดนี้ รู้สึกสนุกมาก เพราะผมเป็นคนขอนแก่นเลยไม่มีทะเล การได้มาทะเลเป็นอะไรที่มีความสุขสุดๆ แถมยังได้ร่วมกันทำประโยชน์  ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ ทั้งได้เที่ยวทั้งได้ทำความดี มาครั้งนี้เรียกว่าคุ้มเกินคุ้มครับ”  ส่วนเนสก็ปลื้มปริ่มๆ บอกว่ากิจกรรมดีๆ แบบนี้เต็มใจและยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้แฟนๆ หันมารักษ์และสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นๆ
ติดตามภาพความสนุกทั้งหมดนี้ได้ในรายการ “บางอ้อ” วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ เวลา 13.30 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี พลาดแล้วจะเสียใจ สวยเตือนแล้วนะ.

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

'บัวขาว'คัมแบ็กขึ้นชกคืนนี้เจอแชมป์ยุโรป

'บัวขาว'คัมแบ็กขึ้นชกคืนนี้เจอแชมป์ยุโรป
5 เดือนที่รอคอย “ดำดอทคอม” บัวขาว ป.ประมุข พ้นโทษแบนคัมแบ็กขึ้นสังเวียนชกไทยไฟต์ครั้งแรก กับอับดุล  ตูเรย์ จากฝรั่งเศส แชมป์ยุโรปปี 2011 วันนี้ (17 ส.ค.) ที่สนามฟุตบอลของสโมสรเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เจ้าตัวยืนยันฟิตเกินร้อย ร่างกายแกร่งกว่าทุกไฟต์ที่ผ่านมา และถือเป็นวันที่ตนเฝ้ารอมานาน ยอมรับ ดีใจมากที่ปัญหาทุกอย่างจบ ได้กลับมาสู่สังเวียนอีกครั้ง ขณะที่คู่ชกจากแดนน้ำหอม ประกาศก้องตนเกิดมาเพื่อดับฝันและลบตำนาน ไฟต์นี้ถ้าน็อกตนไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะชนะได้ง่ายๆ ช่อง 3 ถ่ายทอดสด เริ่มเวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลาไทย 23.15 น.) 5 เดือนแห่งการรอคอย หลังจากที่ “ดำดอทคอม” บัวขาว ป.ประมุข แชมป์มวยเควันและมวยไทยไฟต์ล่าสุด ต้องโดนโทษแบนห้ามชกเป็นเวลา 6 เดือน แต่หลังจากที่เคลียร์ปัญหาคาใจกับหัวหน้าคณะและทุกฝ่ายได้แล้ว รวมถึงยื่นอุทธรณ์กับทางการกีฬาแห่งประเทศไทยสำเร็จ โดยพ้นโทษวันที่ 16 ส.ค.
ล่าสุด บัวขาวก็ได้ขึ้นชกไฟต์แรกในวันนี้ (17 ส.ค.) ในรายการไทยไฟต์ ที่สนามฟุตบอลคิงส์เพาเวอร์ของสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ พบกับอับดุล ตูเรย์ จากฝรั่งเศส แชมป์ยุโรปปี 2011 ช่อง 3 ถ่ายทอดสด เริ่มเวลา 17.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลาไทย 23.15 น)
ซึ่งบัวขาว ป.ประมุข เปิดเผยก่อนการชกว่า ถือเป็นวันที่ตนรอคอยมานาน ยอมรับว่าดีใจมากหลังจากที่ปัญหาทุกอย่างเคลียร์กันได้ ทำให้ตนกลับมามีกำลังใจที่จะต่อสู้อีกครั้ง สำหรับความพร้อมของไฟต์นี้ยืนยันว่าฟิตเกินร้อยและแกร่งกว่าทุกครั้ง ขนาดในการทดสอบสมรรถภาพที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาของ ม.เกษตร ก่อนที่จะเดินทางมาชกยังบอกว่าครั้งนี้ร่างกายตนแข็งแกร่งกว่าทุกครั้ง อาจเป็นเพราะตนมีความมุ่งมั่นขึ้น ถือเป็น 5 เดือนที่รอคอยจริงๆ และขอบอกว่าช่วงเวลาดังกล่าวมันนานมาก ช่วงนั้นยอมรับว่าเครียด แต่เมื่อทุกอย่างลงเอยได้ด้วยดี จากนี้ไปจะทำให้การชกทุกไฟต์ดุดันมากขึ้น และเชื่อว่าจะกลับมาสร้างความสุขให้กับแฟนชาวไทยอีกครั้งแน่นอน
ขณะที่อับดุล ตูเรย์ จากฝรั่งเศส เปิดเผยว่าตนได้ยินกิตติศัพท์ของบัวขาวมานาน ได้ดูการชกมาหลายไฟต์ ยอมรับเป็นมวยที่แข็งแกร่ง แต่สำหรับตนแล้วขอบอกว่าตนมาเพื่อทำลายหรือลบสถิติและดับฝันคู่ต่อสู้มากกว่า และขอบอกกับบัวขาวว่า หากน็อกตนไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะชนะตนได้ง่ายๆ เลย
ด้าน “เสี่ยมด” นพพร วาทิน ผู้จัดศึกมวยไทยไฟต์ เปิดเผยว่า การแข่งขันไทยไฟต์ครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มาก และตนก็ดีใจที่บัวขาวได้กลับมาชกอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาบัวขาวสร้างชื่อเสียงในการชกมวยไทยไฟต์เยอะ ทำให้เป็นที่สนใจของแฟนมวยต่างประเทศ ที่สำคัญไฟต์นี้รับรองว่าเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่แปลกใหม่ เพราะเป็นการจัดมวยในสนามฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่นี่เพราะสโมสรเลสเตอร์มีเจ้าของเป็นคนไทย จึงทำให้มวยไทยไฟต์ครั้งนี้เกิดขึ้นได้

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

'มาร์ค'หวั่นหนี้ท่วมชาติ ชี้รัฐใช้เงินกู้ไม่ตรงเป้าแถมทุจริตเพียบ <- ข่าวการเมือง <- ข่าววันนี้ 'มาร์ค'หวั่นหนี้ท่วมชาติ ชี้รัฐใช้เงินกู้ไม่ตรงเป้าแถมทุจริตเพียบ

'มาร์ค'หวั่นหนี้ท่วมชาติ ชี้รัฐใช้เงินกู้ไม่ตรงเป้าแถมทุจริตเพียบ
“อภิสิทธิ์”หวั่นหนี้ชาติท่วมหัว ไร้คำตอบใช้คุ้มหรือไม่ ซัดรัฐมักง่าย กล้าพูด”ข้าวไม่ขายยังไม่ขาดทุน” พร้อมชี้ 4 เรื่องหลักกู้มาใช้ไม่ตรงเป้าแถมทุจริตเพียบ...
breakนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ 101 เกี่ยวกับการอภิปรายงบประมาณว่า งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องพิจารณารายมาตราในวันแรกอาจจะยาวเป็นพิเศษ เพราะว่ามาตรานี้เป็นยอดรวม จะเน้นอภิปรายในการบริหารทางด้านการเงินการคลังที่พูดว่า งบประมาณปีนี้ขาดดุล 3 แสนล้าน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว เป็นการพิจารณาว่า เรากำลังสร้างหนี้มากกว่านั้นมาก เพราะว่ามี พรก.เงินกู้อีก 3.5 แสนล้านบาท ที่เดิมที่บอกว่า เร่งด่วนขนาดที่ว่ารองบประมาณฉบับนี้ไม่ได้ แต่วันนี้ปรากฎว่าใช้จ่ายงบไปแล้ว ไม่ถึง 5 % ส่วนที่เหลือกำลังเชิญชวนให้คนมาเสนอแผนว่า จะใช้อย่างไร แค่จุดนี้ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ที้น่าห่วงใยกว่าคือ เรากำลังมีการก่อหนี้ โดยที่แผนงานต่างๆ ไม่ชัดเจน ที่รองนายกฯ กำลังกฎหมายกู้เงินอีก 2 ล้านล้านบาท ฉะนั้นหนี้ของประเทศไทยจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่เราไม่มีคำตอบว่า เงินที่จะเอาไปใช้มากมายขนาดนี้จะให้ผลตอบแทนกลับมาคุ้มค่า หรือจะเป็นอะไร ดังนั้นการบริหารเศรษฐกิจนับวันก็จะมีความสับสนมากขึ้น
“เดิมที่มีการพูด ผมเห็นที่รัฐบาลรับทราบผลการประชุมของคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องการฟื้นฟู อนาคตของประเทศ บอกว่าเราจะต้องเร่งลงทุน เพราะว่าส่วนหนึ่งเราเกินดุลการค้า เกินดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ปรากฎว่า มาถึงวันนี้ ดุลการค้าของเราก็ยังติดลบอยู่ในปีนี้ การส่งออกก็ยังมีปัญหาไม่เป็นไปตามหมาย ฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ก็เป็นประเด็นที่มีการนำเสนอ นอกจากนี้ก็จะมีรายการใหญ่คือเรื่องการจำนำพืชผล โดยเฉพาะข้าวที่กำลังสร้างภาระในอนาคต คำพูดหรือคำตอบที่บอกว่า ข้าวยังไม่ขายก็ยังไม่ขาดทุนนั้น เป็นคำตอบที่ง่ายเกินไป และไร้ความรับผิดชอบ เพราะว่า มันเห็นกันอยู่แล้ว ทุกฝ่ายก็มองตรงกันอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้าน นักวิชาการ ต่างประเทศ มองตรงกันหมดว่า โครงการนี้จะขาดทุนปีละเป็นหลักแสนล้าน บวกกับค่าบริหารจัดการอีกหลายหมื่นล้าน กับผลตอบแทนที่กลับมาซึ่งครอบคลุมเกษตรกรเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง หรือไม่ถึงนั้น ก็รวมทั้งทุจริต การรั่วไหล ก็เป็นประเด็นที่มีการอภิปรายกันอยู่แต่ว่าเรื่องอื่นๆ ก็คงจะมีการอภิปรายลงไปในรายละเอียดต่อไป เมื่อมีการพิจารณาเข้าสู่การพิจารณางบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวต่อถึงยุทธศาสตร์ในการอภิปรายงบประมาณปี 56 ตลอด 3 วันนี้ว่า ต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเน้นนำเสนอ 1. การที่รัฐบาลกำลังก่อหนี้มากมายให้กับประเทศ 2. การใช้เงินที่กู้มา ขณะนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลหลายเรื่องที่ได้เคยประกาศไว้ตอนหาเสียง กลับมีปัญหาสวนทางกัน เช่น กรณีของค่าครองชีพ ราคาพลังงาน เป็นต้น 3. จะการอภิปรายลึกลงไปในบางโครงการที่เราเห็นว่าเป็นปัญหา เช่น โครงการการจำนำพืชผล ข้าว เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น และ 4. การเกิดปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่นในหลายโครงการ รวมถึงอภิปรายภาพรวมของการบริหารจัดการการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยที่เราจะเน้นนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับประชาชนรับทราบ ขณะเดียวกัน ถ้ารัฐบาลจะลองรับฟัง และเห็นว่าอะไรที่เป็นความจริง เป็นประโยชน์ ก็นำไปปรับปรุง ไม่ใช่เฉพาะในแง่ของการที่จะเอาเงินภาษีอากรที่มาขอจากสภาไปใช้จ่าย แต่ว่าในแง่ของการบริหารทั่วไปด้วย ในเรื่องนโยบายสำคัญๆด้วย

สัญญาลูกผู้ชาย 'เป๊ก'จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี 'ธัญญ่า'วอน'พิงกี้'อย่าทำอีก

สัญญาลูกผู้ชาย 'เป๊ก'จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี  'ธัญญ่า'วอน'พิงกี้'อย่าทำอีก
เป๊ก-สัญชัย แจงตนและพิงกี้-สาวิกา ส่งข้อความคุยกันแค่ฐานะพี่น้อง ยันไม่ได้เจออีกฝ่ายเลย ย้ำจะทำหน้าที่ีหัวหน้าครอบครัวที่ดี  ด้านธัญญ่า-ธัญญาเรศ วอนอีกฝ่ายเลิกส่งข้อความ แจงโทร.หาแม่นางเอกสาวแค่บอกว่านางเอกสาวมีการติดต่อสามีตน...
เป็นข่าวฮือฮาอีกครั้งหลังมีคลิปเสียงฉาวที่อ้างว่าเป็นการสนทนาของนักแสดง สาววิก 3 ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล และ แม่อ้อย-สรินยา คุณแม่ของนางเอกนัยน์ตาคม พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช โดยเนื้อหาในการสนทนาเริ่มต้นที่ธัญญ่าบอกว่าพิงกี้ส่งข้อความทำนองว่าคิด ถึงหาไฮโซหนุ่ม เป๊ก-สัญชัย เองตระกูล สามีของเธอ จากนั้นคุณแม่ของนางเอกคนดังก็ออกโรงโต้กลับทันทีเพื่อปกป้องลูกสาว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง และเมื่อบรรดากระจอกข่าวทราบว่าคู่สามีภรรยา เป๊ก-ธัญญ่า ขอเปิดใจถึงกรณีดังกล่าวในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต "J on the Moon" ที่ร้าน Muze ทองหล่อ จึงตามมาทำข่าวสัมภาษณ์ทั้งคู่กันแน่นงาน
หนุ่มเป๊กเปิดใจแบบร่ายยาวถึงเรื่องนี้ว่า "ผมไม่อยากให้มองว่าเรื่องเอสเอ็มเอสเป็นเรื่องสาระสำคัญนะ ถ้าถามว่าเรื่องเอสเอ็มเอสเป็นยังไงผมก็จะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง เบอร์ก็เป็นเบอร์ที่น้องเขาเคยใช้ ผมรู้และเข้าใจดีว่าเอสเอ็มเอสที่ส่งไปเป็นแค่การทักทาย คำที่อยู่ในประโยคนั้นๆ หรืออยู่ในเอสเอ็มเอสมันสามารถทำให้คนคิดไปได้หลายรูปแบบเพราะต่างคนก็ต่าง ความคิด มันก็ด้วยต่างวาระต่างสถานการณ์ ทำให้คำๆ นี้สามารถแปลความหมายไปได้ในหลายความหมาย อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกติของการส่งเอสเอ็มเอสสำหรับคนที่รู้จักกัน มันเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องของมนุษย์ เป็นเรื่องของคนที่ทำกันได้  ผมเองในบางครั้งที่ได้เห็นน้องเขาตามสื่อหรือตามโฆษณา พอนึกถึงก็ส่งเอสเอ็มเอสไปตามปกติ ซึ่งผมก็บอกธัญญ่า แต่ผมเข้าใจในเรื่องของธัญญ่าที่ได้รับเอสเอ็มเอสในวันนั้น ในฐานะภรรยาธัญญ่าก็จะต้องโกรธและโมโหเป็นธรรมดา ถึงแม้ในวันนั้นเบอร์ที่ส่งมาจะไม่ใช่เบอร์ของน้องเขาก็ตาม เมื่อเอสเอ็มเอสมาแบบนี้ธัญญ่าก็จะต้องโมโห ผมเข้าใจได้ดี แต่ก็อยากจะบอกธัญญ่าและทุกคนในที่นี้ด้วยว่า ผมเองและน้องเขาไม่ได้มีอะไรเลย ไม่เคยได้เจอไม่เคยได้พบกันเลย มีแต่เพียงแค่เมสเสจทักทายนานๆ ที นี่พูดด้วยความสัตย์จริงของลูกผู้ชาย ด้วยที่ผ่านมาทุกคนเอง คนที่ใกล้ตัวผมทุกคนคงเห็นว่าผมเองพยายามมากแค่ไหนที่จะทำให้ครอบครัวกลับมา เป็นเหมือนเดิม ให้ภรรยาคือธัญญ่าที่ผมรักมาก และลูกสาวที่ผมรักกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะกลับไปทำเรื่องแบบนั้น หรืออะไรที่ไม่ดีที่จะทำให้ครอบครัวผมกลับไปนับศูนย์อีก มันไม่ใช่ความคิดของผมแน่นอน"
"ในส่วนตัวของน้องเขาเอง ผมเชื่อว่าเขาเองก็ผ่านอะไรร้ายๆ มาเยอะ กว่าที่เขาจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวได้ตามปกติมันก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนเข็ญ หลายๆ คนก็คงเห็น คงไม่มีความคิดที่จะกลับมาทำอะไรที่ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ ขอยืนยันให้ทุกคนได้ทราบให้ธัญญ่าได้สบายใจว่า ทุกเรื่องที่ได้ยินมามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเพียงแค่การทักทายกันปกติ ในเรื่องของคลิปที่หลุดออกไปผมก็ไม่รู้ว่าหลุดไปได้ยังไง ธัญญ่าส่งให้เพื่อนสนิท ส่งให้ครอบครัวที่ต่างประเทศ แล้วก็ผมส่งให้เพื่อนสนิท ส่งให้ครอบครัวผมเช่นเดียวกัน พนักงานผมฟังทุกๆ คน หลุดยังไงผมไม่ทราบ ผมต้องบอกไว้ว่าในฐานะที่ธัญญ่าเป็นภรรยา คงจะต้องโมโหผมเป็นธรรมดา ธัญญ่าเองก็ได้โทร.ไปหาน้องเขา ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งเมื่อนานมากแล้ว คุณแม่ของน้องเขาได้บอกธัญญ่าว่า ถ้ามีปัญหาอะไรให้โทร.มาปรึกษาได้ ธัญญ่าก็เลยโทร.ไปมันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของคลิปอันนี้ ส่วนทางคุณแม่ของน้องเขาเอง ผมก็เข้าใจว่าตัวคุณแม่น้องเขาคงรู้ว่าน้องไม่ได้ติดต่อไม่ได้อะไรกับผม แต่พอได้มาเจอเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ก็คงจะตกใจ โมโห แล้วก็คงต้องปกป้องลูกสาวในฐานะที่เขาเป็นแม่มันเป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่อยากเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นปัญหาให้ครอบครัวผมเองจะต้องมีปัญหาอีก รวมถึงครอบครัวของน้องเขาด้วย ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น"
"ที่ผ่านมา ทั้งหมดทั้งมวลผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ นานามันเกิดขึ้นมา ให้ธัญญ่าต้องทะเลาะกับแม่น้องเขา หรือว่าตัวน้องเขาและอีกหลายๆ คน ทำให้ธัญญ่าต้องเสียชื่อเสียง รวมถึงชื่อเสียงของน้องเขาด้วย ผมเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดข่าวคราวที่น่าเบื่อหน่ายยืดยาวมากๆ จนผมเห็นข่าวผมเองผมยังไม่ดูไม่อ่านอะไรทั้งสิ้น ผมอยากให้เรื่องราวเหล่านี้ยุติด้วยคำพูดของผมในฐานะที่ผมเป็นลูกผู้ชาย ถ้าคุณมารอฟังผมกันเยอะขนาดนี้คุณต้องเชื่อผม และให้เกียรติผมว่าในสิ่งที่ผมพูดคือเรื่องจริง ผมยืนยันว่าผมกับน้องเขาไม่มีอะไร ไม่เคยเจอกันไม่เคยพบกัน และจากนี้ไปผมก็ยืนยันว่าผมจะต้องทำให้ครอบครัวที่ผมรักมากๆ ภรรยาและลูกที่ผมรักกลับมาอยู่ด้วยกันดีเหมือนเดิมให้ได้เร็วที่สุด ส่วนน้องเขาก็ปล่อยให้น้องเขาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวตามที่เขาต้องเป็น ผมอยากจบสิ้นยุติข่าวเรื่องนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง อีกอย่างผมต้องขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ นักข่าวทุกคน สื่อทุกสื่อ พิธีกรรายการข่าวทีวีต่างๆ ที่ได้รอจะให้โอกาสผมได้มาพูดในวันนี้โดยที่ไม่มีการลงข่าวหรือว่าอะไรมา ตัดสินผมไปลงข่าวก่อน อันนี้ผมต้องขอบคุณจากใจผมเลย จากนี้ไปผมก็จะต้องเดินหน้าทำให้ครอบครัวผมกลับมาดีเหมือนเดิม"
ด้านธัญญ่าเปิดใจบ้างว่า "เรื่องทั้งหมดเป๊กพูดไปหมดแล้ว อยากฝากถึงน้องคนนั้นว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมา 2 ปีกว่าจะ 3 ปี พวกเราทุกข์ทรมานกันหมดทุกฝ่าย ขณะนี้เรากำลังให้โอกาส พี่เป๊กขอโอกาส จากที่เราตัดสินใจว่าจะหย่าแน่นอน ในเมื่อพี่เป๊กเป็นคนขอกลับมาอีกครั้ง และลูกเราก็โตขึ้นทุกวัน เราเลยคิดว่าก็ควรจะให้โอกาสเขาเพื่อครอบครัวเราและลูกของเรา อยากฝากขอร้องน้องนิดนึงนะคะเรื่องการส่งข้อความคิดถึงสามีเรา มันก็ยากที่จะเข้าใจ แต่ในเมื่อพี่เป๊กยืนยันว่าไม่มีอะไรเราก็โอเคจะเข้าใจอย่างนั้น สำหรับกรณีที่เกิดการคุยกันในลักษณะที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่กับคุณแม่ของน้อง เขา อยากบอกว่าเราแค่จะโทร.ไปบอกว่าน้องเขามีการติดต่อมานะ คุณแม่เคยบอกไว้ว่าถ้ามีการติดต่อให้บอกคุณแม่ คุณแม่จะจัดการทุกอย่างเอง เลยอยากจะโทร.ไปบอกเขา ไม่งั้นมันจะค้างคาใจ เราจะดำเนินชีวิตครอบครัวต่อไปยังไง ในเมื่อเราไม่มั่นใจในเรื่องนี้เกือบ 3 ปี มันทุกข์ทรมานทั้งครอบครัวเราครอบครัวคุณ เรื่องการส่งข้อความหรือการโทร.มาจะในอนาคตอีก 2-3 ปี หรืออีกปีหรือ 6 เดือน ก็ขอให้เรามั่นใจในความสัมพันธ์นั้นว่าไม่มีอะไรเชิงชู้สาวอีกแล้ว ธัญญ่าจะโอเคค่ะ" เป๊กพูดเสริม "อันนี้บอกให้ธัญญ่าฟัง ยืนยันได้เลยอย่างลูกผู้ชายว่าเรื่องเหล่านั้นคงไม่มี เหมือนที่อธิบายทั้งหมด" ธัญญ่าแทรกว่า "คงไม่มีหรือไม่มี" เป๊กรีบตอบ "ไม่มีๆ"
น้องคนนั้นส่งข้อความมาบ่อยไหม? เป๊ก "บางทีผมก็ส่งเดือนละครั้ง เมื่อเวลาผมเห็นสื่อหรือเห็นอะไรที่ทำให้มันนึกถึงคนที่เคยรู้จัก ผมก็เอสเอ็มเอสไปเป็นปกติ หรือในอนาคตถ้าผมเจอน้องเขา ผมก็คงต้องทัก ส่งเมสเสจไปตามปกติ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องแบบนั้น มันเป็นเรื่องปกติมาก" จะเปลี่ยนเบอร์หรือส่งเมสเสจไปอีกมั้ย? เป๊กสวนทันที "ไม่เปลี่ยน คุณไม่ต้องถามหรอก ผมพูดไปหมดแล้ว ไม่ต้องมาคะยั้นคะยอถามผมว่าส่งไม่ส่ง ผมพูดทุกสิ่งทุกอย่างหมดแล้ว ทุกคนก็รู้ดี คนเป็นคน ลองคิดถึงตัวคุณเองสิ ถ้าคุณรู้จักใครซักคนคุณจะทำยังไง ความเป็นเพื่อนคุณไม่มีเหรอ ความเป็นพี่เป็นน้องทำไม่ได้เหรอ ผมยืนยันและตั้งใจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีเพื่อครอบครัว ณ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือลียา เราช่วยกันดูแลทั้งคู่ตลอดเวลา ลียาเขาก็ติดคุณแม่มากกว่า" ธัญญ่า "แต่ถ้าไม่มีธัญญ่าลูกก็จะติดพี่เป๊กมากเหมือนกัน" แสดงว่าเป๊กขอโฟกัสที่ลูกก่อน? เป๊ก "แน่นอน ในอนาคตผมไม่อยากให้ลูกมีปัญหา มีปมด้อย  ฉะนั้น ขึ้นอยู่ที่ตัวผมด้วย ต้องทำทุกอย่างให้ครอบครัวผมสมบูรณ์"
อยากกลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันร้อยเปอร์เซ็นต์อีกมั้ย? เป๊ก "จริงๆ มันก็ใช้อยู่แล้วสามีภรรยาเนี่ย ก็แค่แยกบ้านกันนอน" ธัญญ่า "ที่ผ่านมาจากตัดสินใจจะหย่าแน่นอน จบแน่นอน แต่พอมีโอกาสได้กลับมาเป็นครอบครัว อาจไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราก็ยังไปต่างประเทศ ทำกิจกรรมร่วมกัน มีปัญหาเรื่องลียาก็ปรึกษากันตลอด ทุกอย่างเหมือนดีขึ้น เราสบายใจที่พี่เป๊กพยายามให้เห็นจริงๆ แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ก็ทำให้เราเฟล เหมือนเรายังไม่ไว้ใจ" เป๊ก "ก็ที่พูดทั้งหมดเพราะอยากให้เข้าใจว่าไม่มีอะไร" ธัญญ่า "ธัญญ่าเชื่อว่าถ้าเป็นภรรยา เป็นครอบครัว เป็นแม่ของลูก ถ้ามีใครเข้ามาทำให้ชีวิตเรามีปัญหา เคยมีปัญหามาก่อนแล้วเวลาก็ผ่านไปไม่ นาน แล้วยังมาเจอข้อความ Miss you na มันยากที่จะเข้าใจ แต่เราก็พยายามจะเข้าใจหลังจากการที่เราได้รับการยืนยันนะคะ แต่ในวินาทีที่ได้เห็นข้อความก็คิดว่าจบแล้ว ไม่เอาแล้ว แต่พอวันเวลาผ่านไป เราก็ใจเย็นลง ได้คุยกัน ก็โอเค จะเข้าใจแบบนั้น" เป๊ก "ผมยืนยันความด้วยความเป็นลูกผู้ชายของผม แต่พูดไปเดี๋ยวก็โดนด่าอีก ก็มันไม่มีอะไรอย่างที่คนอื่นคิดหรอกครับ".
รับฟังเสียงสัมภาษณ์ เป๊ก-ธัญญ่า ได้ที่โทร *7172754 ค่าบริการนาทีละ 3 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) สำหรับลูกค้าเครือข่ายดีแทค