เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
นางสาวพรทิพย์ จันสะอาด รหัส 52031390165

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ฟังเสียงคนกลาง! บอร์ด ESB เทเสียงหนุน 'แก้ว' น่าชนะ

ฟังเสียงคนกลาง! บอร์ด ESB เทเสียงหนุน 'แก้ว' น่าชนะ
ฟังเสียงคนกลางบ้าง!! หลังความเห็นส่วนใหญ่ในเว็บบอร์ดมวยระดับโลก "EastSideBoxing" เทเสียงให้ "แก้ว พงษ์ประยูร" สมควรเป็นฝ่ายชนะ "ซู ชิหมิง" โดยเฉพาะยกสุดท้ายที่แต้มขึ้นน้อยแบบค้านสายตา...
เว็บบอร์ดกีฬามวยระดับโลก "EastSideBoxing" ร่วมวิพากษ์วิจารณ์ผลการแข่งขันสุดค้านสายตา ในศึกมวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิกเกมส์ 2012 "ลอนดอนเกมส์" รอบชิงชนะเลิศ รุ่น 49กก.ชาย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลัง แก้ว พงษ์ประยูร นักชกความหวังของไทย ต้องพ่ายแพ้ต่อ ซู ชิหมิง นักชกตัวเต็งจากจีน แบบค้านสายตา 10-13 (ยกหนึ่ง 1-2, ยกสอง 3-4, ยกสาม 6-7) แถมยังถูกตัดคะแนนอย่างน่ากังขาในยกสุดท้ายด้วย
โดยในเว็บบอร์ดมีการแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสของผลการตัดสิน อาทิ สมาชิกชื่อว่า Stevenson#1 ได้โพสต์ข้อความว่า "ไฟต์นี้ถูกล็อกผลไว้แล้วแบบไม่ต้องสงสัยเลย" หรือจากสมาชิกที่ชื่อว่า GrizzyBeard โพสต์ข้อความคล้ายกันว่า "โกงเขา (แก้ว) เหนือกว่าชัดเจนในยกสุดท้าย" รวมถึง "หวังว่านี่คงไม่ใช่ตัวอย่างของคู่ชิงที่เหลือนะ" จากสมาชิกที่ชื่อว่า dmile
รวมถึงข้อความส่วนใหญ่ยังไปในทิศทางเดียวกันคือ เชื่อว่า แก้ว พงษ์ประยูร สมควรเป็นฝ่ายชนะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น "ถ้าไม่นับถูกตัดแต้มนะ, ผมนับดูแล้ว พงษ์ประยูร น่าจะได้ยกสุดท้าย 5-1 แต่ก็นะ เขาอาจต้องการถึง 10-1 ถึงจะรอดการถูกโกงไปได้" จากสมาชิกชื่อ IntentionalButt, "ผมไม่ได้นับแต้มไว้นะ แต่ก็คิดว่านักชกไทยน่าจะได้มากกว่านี้" จากสมาชิกชื่อ Karapuz
แต่ขณะเดียวกันยังมีสมาชิกเพียงคนเดียวในกลุ่มที่มองว่า แก้วยังทำได้ไม่ดีพอ "ไม่เข้าใจว่าทำไมนักชกไทยต้องแปลกใจด้วย เพราะเขาเองยังทำได้ไม่ดีพอในยกที่สาม" จากสมาชิกชื่อ RSBonos แต่ก็มีการโต้แย้งจากสมาชิกคนอื่นๆ อาทิ IntentionalButt ที่แย้งว่า "ล้อเล่นหรือเปล่า เขาทำเท่าที่เขาจะสามารถทำได้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่า ซู ไม่ยอมสู้ด้วยเลย...แถม ซู ยังสมควรถูกตัดแต้ม ขณะที่ แก้ว ไม่ควร"

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แคนนอนทวงแชมป์กล้อง ส่ง EOS M และ 650D อุดตลาด DSLR

แคนนอนทวงแชมป์กล้อง ส่ง EOS M และ 650D อุดตลาด DSLR
แคนนอน รุกกล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ ส่ง EOS M มิเรอร์เลสตัวแรกลงตลาด ต.ค.นี้ ควบคู่กับ DSLR ตัวล่าสุด 650D เชื่อจะทำให้เบียดขึ้นเป็นผู้นำตลาดได้ด้วยส่วนแบ่งตลาดครึ่งปีหลังเพิ่มเกิน 20% จากตลาดรวมกล้องดิิจิตอลประมาณ 1.4 ล้านตัว ขณะที่เป้าหมายรายได้ตั้งไว้ที่ 6.5 พันล้านบาท...
นายวาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทย-แลนด์) จำกัด กล่าวว่า แคนนอนขอนำเสนอกล้องดิจิตอล 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ กล้อง EOS 650D กล้อง DSLR ตัวแรกของโลกที่มีหน้าจอทัชสรีนแบบมัลติทัช ปรับหมุนได้ และกล้อง EOS M กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้รุ่นแรกของแคนนอนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพแบบกล้องมืออาชีพ แคนนอนมั่นใจว่า เราจะยังคงครองแชมป์ความเป็นอันดับหนึ่งในตลาดอิมเมจจิ้งต่อไปโดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 20% ภายในสิ้นปี 2555 จากตลาดรวมกล้องทั้งหมด 1.4 ล้านตัว โดยแคนนอนตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 6.5 พันล้านบาทจากเป้าหมายรวมทั้งกลุ่ม 11,100 ล้านบาท
ปธ.บริษัท และ ปธ.กก.บห. บ.แคนนอน กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดกล้องดิจิตอลดีเอสของแคนนอน ยังมีการแข่งขันที่สูง โดยในแง่ของส่วนแบ่งการตลาด ครึ่งปีแรก 2555 แคนนอนมีอยู่ 19% คาดว่าครึ่งปีหลัง 2555 ส่วนแบ่งน่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 22-23% เนื่องจากเราได้กลุ่มกล้องมิเรอร์เลสมาเสริม สำหรับกลุ่มเป้าหมายของกล้อง กล้อง EOS M แน่นอนว่าจะจับกลุ่มคนที่เปลี่ยนจากกล้องคอมแพคมาสู่กล้องดิจิตอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ หรือต้องการประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมทั้งกลุ่มที่มีโอกาสสูง คือ กลุ่มมืออาชีพที่ใช้ดีเอสแอลอาร์อยู่แล้ว และมองหากล้องตัวที่ 2 มาเสริมการทำงาน นี่ก็เป็นอีกกลุ่มที่มีโอกาสสูงมากในการทำตลาด แม้ว่ากล้องมิเรอร์เลสแคนนอนจะออกสู่ตลาดช้ากกว่าคู่แข่ง แค่ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบความต้องการลุกค้ามาตลอด อีกทั้งจับเอาข้อผิดพลาดของคู่แข่งมาศึกษา เพื่อพัฒนากล้องให้ออกมาตอบโจทย์มากที่สุด
กล้องดิจิตอล 2 รุ่นใหม่จากแคนนอนนี้ มีฟังก์ชั่นที่สมบูรณ์แบบ ขยายขีดความสามารถของกล้องดิจิตอลให้ดีขึ้น ล้ำหน้าด้วยจอ LCD แบบ Multi-Touch (Capacitive Sensing) ใช้งานง่าย และตอบสนองทันท่วงทีทุกเหตุการณ์ พร้อม Touch interface ให้ผู้ใช้เลือกเมนู ปรับค่าตั้งกล้อง และสั่งงานกล้องได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ภายในประกอบด้วยเซ็นเซอร์ Hybrid CMOS AF System สุดยอดเทคโนโลยีไฮบริดในกล้องดิจิตอล ให้ความเร็วในการโฟกัสภาพ แบบ Contrast Detection ที่โฟกัสระยะวัตถุได้แม่นยำ พร้อม Phase Detection จับภาพไวขึ้นเป็น 2 เท่าแบบอัตโนมัติเมื่อวัตถุอยู่ในระยะโฟกัส ทำงานผสานกับชิพประมวลผล DIGIC 5 ที่ทำงานประสานกันได้อย่างลงตัวทำให้สามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้ 5 เฟรมต่อวินาที และเทคโนโลยีของระบบ GPS ในตัวกล้อง EOS 650D ไม่ว่าจะเริ่มต้นการเดินทางจากจุดใดและไปสิ้นสุดที่จุดไหน ก็สามารถระบุตำแหน่งของทุกภาพแห่งความประทับใจได้อย่างแม่นยำ
อีกนวัตกรรม คือ เทคโนโลยี STM ในเลนส์ใหม่ ทั้ง EF 40mm. f2.8 STM และ  EF-S 18-135 mm. f3.5-5.6 STM ด้วย Stepping Motor ปรับโฟกัสได้อย่างต่อเนื่อง ให้ภาพคมชัดทุกช่วงการซูม และปราศจากเสียงรบกวนจากเลนส์ในขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหว และระบบป้องกันการสั่นไหว Dynamic Image Stabilizer ขณะกำลังเดินถ่ายภาพ ขณะที่ จุดเด่นที่กล้องดิจิตอลแคนนอน EOS มีชื่อเสียง ก็คือ ฟังก์ชั่นเพื่อการถ่ายภาพยนตร์ หรือ Full HD EOS Movie ซึ่งในกล้องรุ่นใหม่นี้มี Movie Servo AF ระบบโฟกัส และติดตามวัตถุในขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหวอัตโนมัติ แม่นยำ ต่อเนื่อง ไม่หลุดโฟกัส แม้ว่าวัตถุกำลังเคลื่อนที่อยู่ ทำให้การบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้คมชัดดุจมืออาชีพ และ Video Snapshots ให้ผู้ใช้สามารถตัดต่อภาพยนตร์สั้นและใส่เพลงประกอบเองได้ในตัวกล้อง พร้อมไมโครโฟนระบบเสียงแบบสเตริโอในตัวกล้อง หรือจะใช้ร่วมกับไมโครโฟนเสริมก็ทำได้
กล้องดิจิตอลทั้ง 2 รุ่นถูกคิดค้นมาเพื่อให้ใช้งานง่าย แม้ในสถานการณ์ที่ยากต่อการถ่ายภาพ อาทิ ฟังก์ชั่น Multi-shot Noise Reduction ที่กล้องจะบันทึกภาพ 4 ภาพต่อเนื่อง จากนั้นก็จะทำการปรับความละเอียด และความคมชัดของภาพให้ออกมาเป็นภาพที่ดีที่สุดเพียงภาพเดียว หรือ Handheld Night Scene ที่ช่วยให้ผู้ใช้บันทึกภาพในเวลากลางคืนได้อย่างสวยงาม โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องอีกต่อไป HDR Backlight Control สำหรับการถ่ายภาพในตอนกลางวันที่สามารถบันทึกภาพด้วยการรับแสงได้ถึง 3 แบบ รวมทั้ง Scene Intelligent Auto คำนวณการปรับตั้งค่ากล้องให้อัตโนมัติสำหรับมือสมัครเล่น นอกจากนี้ยังมี ฟังก์ชั่น Creative Filter ให้เลือกใส่เอฟเฟกต์ เพิ่มลูกเล่น Fish Eye, Miniature Effect, Toy Camera และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อม In-Camera RAW Process ปรับแต่งภาพและปรับขนาดภาพได้ในตัวกล้อง EOS 650D มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส LCD กว้างถึง 3 นิ้วในแบบ Vari-Angle Clear View ให้คุณสามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานได้บนหน้าจอเดียว ด้วย Camera Speed Performance ที่เหนือกว่าจึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องอาศัยความรวดเร็วเป็นพิเศษ เช่น การถ่ายภาพกีฬา ภาพคอนเสิร์ต เป็นต้น
กล้องดิจิตอล แคนนอน EOS 650D ออกวางจำหน่ายแล้ว ณ ตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ  กล้องดิจิตอล แคนนอน EOS M กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้รุ่นแรกจากแคนนอน ใช้งานง่าย มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สะดวกในการพกพา ดีไซน์ทันสมัยสไตล์กล้องคอมแพค แต่ให้คุณภาพภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Classic Black, Metallic Silver, Gloss White และ Gloss Red เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้หญิงรุ่นใหม่ กล้องรุ่นนี้จะออกวางจำหน่ายในเดือน ต.ค.2555 นี้.

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บังคับใช้แล้ว กฎหมายห้ามก๊งเหล้าบนรถ-ในโรงงาน

บังคับใช้แล้ว กฎหมายห้ามก๊งเหล้าบนรถ-ในโรงงาน
เริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ทั้ง 2 ฉบับ ห้ามขาย-ดื่มในโรงงาน และห้ามดื่มบนรถโดยสารทุกประเภท...
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ 1.การห้ามขายหรือห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการ โรงงาน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ซึ่งประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน หลังจากลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 7 ส.ค.2555 2.การห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางสาธารณะขณะขับขี่ หรือโดยสารอยู่บนรถทุกประเภท มีผลบังคับใช้ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 8 ส.ค.2555
นายจะเด็จ กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เห็นความสำคัญ ทำกฎหมายให้เป็นจริง เชื่อว่าจะช่วยลดสถิติการเสียชีวิต พิการ บาดเจ็บ ในทุกช่วง โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ในอีกไม่กี่เดือนนี้ เพราะที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตสูงเฉลี่ยวันละ 60-66 ราย ส่วนวันธรรมดามีประมาณ 30 ราย รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายแสนบาทต่อปี โดยที่บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้รับผิดชอบอะไรเลยที่สำคัญมักพบว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มต้องมาตกเป็นเหยื่อ อย่างไรก็ตามแม้จะมีกฎหมายแล้ว การบังคับใช้ก็ต้องจริงจังและเข้มงวด ซึ่งสามารถพิสูจน์ผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
ด้าน นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า กฎหมายนี้จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้เป็นรูปธรรม แต่ถ้าจะให้ได้ผลยิ่งขึ้นต้องมีมาตรการเสริมเรื่องการจำกัดการซื้อ การออกใบอนุญาตขายร่วมด้วย.

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวอินเทล จัดกิจกรรม "Me The Musical" สำหรับชาวเฟซบุ๊ก ข่าวไอที

อินเทล จัดกิจกรรม "Me The Musical" สำหรับชาวเฟซบุ๊ก
อินเทลแนะนำกิจกรรมใหม่ให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้ร่วมสนุกสร้างสรรค์เรื่องราวของตน ผ่านประสบการณ์ออนไลน์แนวใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ละครเพลง “Me The Musical” เพื่อหวนคืนช่วงเวลาในอดีตผ่านละครเพลงของตนเอง...
นางดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อินเทล  ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Me The Musical คือ ละครเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตเรื่องแรกของโลก เพื่อสร้างความบันเทิง และเฉลิมฉลองเรื่องราวที่น่าสนใจในอดีตและมุมมองของอนาคตไปพร้อมๆ กัน เพราะชีวิตคนเรา ชีวิตเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นเราควรหยุดพักเพื่อแสวงหาความสนุกสนานบ้างเป็นครั้งคราว
breakผู้จัดการฝ่ายการตลาด อินเทล กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของ Me The Musical ก็คือ การเฉลิมฉลองประสบการณ์ที่พวกเรามีร่วมกัน และสิ่งต่างๆ ที่ผูกพันพวกเราเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่นความโหยหาอดีต การเล่าเรื่องราวเพลงและการเต้นรำ ซึ่งถือเป็นสามัญสำนึกร่วมที่มีในวัฒนธรรมส่วนใหญ่ของโลกประสบการณ์ที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสจะเป็นทั้งแบบโดยรวมและส่วนตัว ผ่านการนำองค์ประกอบบางส่วนจากประวัติส่วนตัว มารวมอยู่ใน Me The Musical เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผู้ใช้ เข้ากับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกของเรา นอกจากนั้น Me The Musical ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คนอย่างกว้างขวางอีกด้วย และตอกย้ำ ยุคใหม่แห่งการประมวลผลที่อินเทลได้พูดมาตลอด
“การประดิษฐ์ไมโครโปรเซสเซอร์เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราอย่างมาก ปัจจุบันเราแทบคิดไม่ออกแล้วว่ามีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกชนิดใดบ้างที่ไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยในขณะที่คอมพิวเตอร์เองก็มีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุปกรณ์ชนิดใหม่ที่ชื่อว่า อัลตราบุ๊ก ที่จะเข้ามายกระดับรูปแบบการประมวลผลของผู้ใช้ ทั้งในรูปแบบและดีไซน์ พร้อมกับการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าเดิม ให้ประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และเพิ่มความละเอียดในการรับชมมีเดียและภาพกราฟฟิกได้ดีขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นก่อนหน้านี้ ก็ถือเป็นตัวแทนของยุคใหม่” นางดรรชนีพร กล่าว
breakทั้งนี้ 'Me The Musical’ คือภาคต่อของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจาก Museum of Me ที่อินเทลได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลบนเฟซบุ๊กของผู้ใช้เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเวอร์ชวล ที่แสดงชีวิตดิจิตอลของผู้ใช้ โดยรูปภาพส่วนตัว รวมถึง วิดีโอ และเพื่อนของของคุณจะถูกนำมาจัดแสดงเหมือนกับผลงานศิลปะ ตาม แกลเลอรี่ ซึ่งหลังจากที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา Museum of Me ได้รับรางวัลระดับนานาชาติอย่างมากมาย อาทิ FWA (Favorite Website Awards) Site of the Year, The Design and Art Directors Award London, Asia Pacific Advertising Festival and Contagiousmagazine’s Top 10 Most Contagious Ideas of 2011 รวมไปถึงการคว้ารางวัลถึง  6 สาขา จากงาน Cannes Lions International of Creativity ซึ่งเป็นงานที่ร่วมฉลองผลงานสร้างสรรค์ ด้านการสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย.

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ลมกรดโดมินิกัน ทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.

ลมกรดโดมินิกัน ทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.
แชมป์เก่าปี 2004 "เฟลิกซ์ ซานเชซ" จากโดมินิกัน กลับมาทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 ม.ชายได้อีกครั้ง หลังควบเข้าเส้นชัยเฉือนชนะคู่ต่อสู้จากสหรัฐฯ ส่วนกระโดดค้ำถ่อหญิง อีเลนา อิซินบาเยวา เจ้าของเหรียญทอง 2 สมัย ชวดได้แค่เหรียญทองแดง...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 7 ส.ค.ว่า เฟลิกซ์ ซานเชซ นักวิ่งจากโดมินิกัน ทวงแชมป์วิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรชาย ศึกโอลิมปิกกลับมาได้สำเร็จ หลังจากคว้าชัยในศึก"ลอนดอนเกมส์ 2012" ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
นักวิ่งวัย 34 ปี ซึ่งเป็นแชมป์เก่า ในศึกเอเธนส์เกมส์ ปี 2004 ทำเวลาเข้าเส้นชัยคนแรก 47.63 วินาที เฉือนชนะ ไมเคิล ตินสลีย์ จากสหรัฐฯ ไปเพียงเสี้ยววินาที ขณะที่ อันดับ 3 เหรียญทองแดง เป็นของ ฮาเวียร์ คูลสัน จากเปอร์โตริโก และทำให้เขากลายเป็นนักกีฬาคนแรกของประเทศที่ได้เหรียญโอลิมปิกด้วย ด้าน อันเกโล เทย์เลอร์ แชมป์เก่า ปักกิ่งเกมส์ 2008 ได้แค่ที่ 5 เท่านั้น
เฟลิกซ์ ซานเชซ (กลาง)
ขณะที่ คิรินี เจมส์ จาก เกรนาดา เจ้าของแชมป์โลกคนปัจจุบัน คว้าเหรียญทอง ในการวิ่ง 400 เมตรชาย และเป็นเหรียญทองแรกใน "ลอนดอนเกมส์" ของประเทศตัวเองด้วย โดยทำเวลาได้ 43.94 วินาที เหรียญเงิน และ ทองแดงเป็นของ ลูเกลิน ซานโตส จากโดมินิกัน และ ลาลอนเด กอร์ดอน จากตรินิแดดตามลำดับ
คิรินี เจมส์ (ชุดเขียว)
ส่วนการแข่งขันวิ่งวิบาก 3,000 เมตรหญิง ไม่พลิกโผเช่นกัน เมื่อเหรียญทองตกเป็นของ ยูลิยา ซาปิโรวา จากรัสเซีย เจ้าของแชมป์โลกปี 2011 ทำเวลาได้ 9 นาที 06.72 วินาที เหรียญเงิน ฮาบิบา กิริบิ จากตูนีเซีย ทำเวลา 9 นาที 08.37 วินาที และ เหรียญทองแดง โซเฟีย อัสเซฟา จากเอธิโอเปีย ทำเวลา 9 นาที 0.84 วินาที
อีเลนา อิซินบาเยวา อดทำสถิติซิวเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัย
ขณะที่กรีฑาประเภทลาน มีการชิงกัน 2 เหรียญทอง ดังนี้ กระโดดค้ำถ่อหญิง เหรียญทอง เจนนิเฟอร์ ซูห์ร จากสหรัฐฯ ทำได้ 4.75 เมตร เหรียญเงิน ยาริสลีย์ ซิลวา จากคิวบา และ ทองแดง อีเลนา อิซินบาเยวา จากรัสเซีย แชมป์เก่า 2 สมัย ปี 2004 และ 2008 และ ทุ่มน้ำหนักหญิง เหรียญทอง นาดเซยา อสตาปชุค จากเบลารุส ทำได้ 21.36 เมตร เหรียญเงิน วาเลรี อดัมส์ จากนิวซีแลนด์ และ เหรียญทองแดง เยฟเกเนีย โคลอดโก จากรัสเซีย .

ข่าวซิป้า เล็งเผยโฉม "Edumarket" เวอร์ชั่นเต็ม ต.ค.นี้ ข่าวไอที

ซิป้า เล็งเผยโฉม "Edumarket" เวอร์ชั่นเต็ม ต.ค.นี้
ซิป้า ผนึกเอทีเอสไอ และเอทีซีไอ โชว์หลากซอฟต์แวร์ไทย งานไอซีทีเอ็กโปร์ 2012  พร้อมชูจุดเด่นคลาวด์คอมพิวติ้งรองรับ เปิดโฉม Edumarket ครั้งแรก ดันเป็นตลาดกลางซอฟต์แวร์แท็บเล็ตสำหรับการศึกษา ก่อนเปิดเวอร์ชั่นเต็ม ต.ค.นี้...
นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า ในงาน ไอซีที เอ็กโปร์ 2012 ครั้งนี้ กิจกรรมที่นำเสนอ คือ เอ็ดดูมาร์เก็ต (Edumarket) ซึ่งเป็นตลาดใหม่ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์บนเครื่องแท็บเล็ต โดยซิป้าร่วมสนับสนุนให้สมาคมอีเลิร์นนิ่งเป็นผู้พัฒนาระบบทั้งหมด เพื่อให้นักพัฒนาเนื้อหาบนแท็บเล็ตสำหรับการศึกษาของไทยได้นำผลงานมาให้ผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดไปใช้ โดยในงานครั้งนี้จะเป็นเวอร์ชั่นทดลอง และมีโปรแกรมให้ดาวน์โหลดได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะเปิดแบบเวอร์ชั่นเต็มประมาณเดือน ต.ค.นี้break
ผอ.ซิป้า กล่าวต่อว่า ซิป้ายังนำผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการ 84  พรรษา มหาราชัน โดยมีผลงาน อัครดุริยะศิลปินราชสดุดี 84 พรรษา เชลล์ดอนการ์ตูนไทยไปทั่วโลก ซอฟต์แวร์ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล ภายใต้ชื่อ Humatrix8 ซึ่งทั้งหมดเป็นผลงานที่มีคุณภาพที่มาจากฝีมือคนไทยมานำเสนอต่อผู้เข้าร่วมชมงาน ทำให้เห็นศักยภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย อย่างไรก็ตาม ซิป้าได้รับความร่วมมือจากสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย หรือ เอทีซีไอ และ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ เอทีเอสไอ ในงานนำผลงานของซอฟต์แวร์ไทยอีกมากมายมานำเสนอต่อตลาดระดับสากล โดยมีกิจกรรมของการแสดงเทคโนโลยีไอซีทีของไทยเป็นช่องทางนำเสนอ ถือเป็นการเริ่มเปิดตลาด และสร้างความแข็งแกร่งเพื่อไปสู่เวทีอาเซียนต่อไปได้
นายสมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ เอทีเอสไอ กล่าวว่า จากการที่เอทีเอสไอ ร่วมกับเอทีซีไอ และซิป้า ร่วมระดมผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยเข้าร่วมงานครั้งนี้ กว่า 50 ราย เพื่อแสดงทิศทางของซอฟต์แวร์ยุคใหม่ของไทยที่ต่อไปจะเน้นสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ใช้งานผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง รองรับการแข่งขันจากการเปิดเขตเสรีทางการค้าในเขตอาเซียน หรือ เออีซี และเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในส่วนของภาคผลิต และบริการของประเทศ รวมทั้งสร้างฐานการแข่งขันจากซอฟต์แวร์ต่างประเทศในอนาคตbreak
ขณะนี้ซอฟต์แวร์ของไทยได้ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพอสมควร และล่าสุด ยังมีการปรับสถาปัตยกรรมเพื่อทำให้เกิดไฟล์มาตรฐานในรูปแบบ e-bXML ซึ่งจะทำให้เกิดการต่อเชื่อมระหว่างซอฟต์แวร์ของแต่ละที่ได้โดยอัตโนมัติ โดยเอทีเอสไอเร่งประสานงานเพื่อให้ซอฟต์แวร์เฮ้าส์ไทยมีความโดดเด่นในด้านนี้อย่างจริงจัง และผู้ใช้ซอฟต์แวร์ไทยจะสามารถทดลองใช้คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ไทยนี้ได้ในงาน และจะสามารถใช้ได้จริงตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังเร่งเตรียมตัวให้ซอฟต์แวร์เฮ้าส์ของไทย พุ่งเป้าหมายในการพัฒนาซอฟต์แวร์ไปยัง 6ตลาดอุตสาหกรรมที่ซิป้าสนับสนุน คือ กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อัญมณี การศึกษา การขนส่ง อาหารและเกษตรกรรม การแพทย์และสาธารณสุข
สำหรับผู้สนใจสามารถเยียมชมได้งาน ไอซีทีเอ็กโปร์ 2012 จัดระหว่างวันที่ 3-6 ส.ค.2555  เวลา 10.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี.

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จับโรงงานย่านสมุทรสาคร ใช้ 'ปลาปักเป้า' ทำลูกชิ้น

จับโรงงานย่านสมุทรสาคร ใช้ 'ปลาปักเป้า' ทำลูกชิ้น
คณะกรรมการอาหารและยาบุกจับโรงงานลูกชิ้นปลาย่านสมุทรสาคร พบใช้เนื้อปลาปักเป้า เลขาธิการ อย. หวั่นสารพิษในปลาเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค...
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ตรวจสอบโรงงานลูกชิ้นปลาแห่งหนึ่ง ที่ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ในขณะตรวจพบการผลิตและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อจำหน่ายมีการแสดงฉลาก ไม่ถูกต้อง คือ ไม่แสดงวันผลิต หรือวันหมดอายุ ได้แก่ ปลาเส้นตราปลายิ้ม ลูกชิ้นปลาตราหงส์ทอง ลูกชิ้นปลาตราหนุ่มร้อยแรง และปลาเส้นตราหงส์ทอง เจ้าหน้าที่จึงได้สุ่มเก็บตัวอย่างดังกล่าวและเนื้อปลาแล่เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งจากการตรวจวิเคราะห์พบว่า ตัวอย่างเนื้อปลาแล่ เป็นปลาปักเป้าสายพันธุ์ L.spadiceus และพบปริมาณสารพิษเตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) เท่ากับ 1.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ปลาเส้นตราปลายิ้ม พบเป็นปลาปักเป้าสายพันธุ์ L.spadiceus และ Llunaris พบปริมาณสารพิษ เตโตรโดท็อกซิน น้อยกว่า 0.100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ลูกชิ้นปลาตราปลาหงส์ทอง พบเป็นปลาปักเป้า สายพันธุ์ L.spadiceus พบปริมาณสารพิษเตโตรโดท็อกซิน น้อยกว่า 0.100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ลูกชิ้นปลาตราหนุ่มร้อยแรง พบเป็นปลาปักเป้าสายพันธุ์ L.spadiceus แต่ไม่พบปริมาณสารพิษเตโตรโดท็อกซิน และปลาเส้นตราหงส์ทองพบเป็นปลาปักเป้าสายพันธุ์ L.spadiceus และ L.lunaris แต่ไม่พบปริมาณสารพิษ เตโตรโดท็อกซิน อย.จึงได้แจ้งดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ 2 ข้อหา คือ ผลิต อาหารเพื่อจำหน่ายที่มีการแสดงฉลาก ไม่ถูกต้อง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่มีเนื้อปลาปักเป้าเป็นส่วนผสม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท
เลขาธิการ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอเตือนให้ผู้ผลิตระวังในเรื่องของการแสดงฉลาก กรณีไม่แสดงวันผลิตหรือวันหมดอายุ ถึงแม้จะไม่มีเจตนา เช่น เครื่องพิมพ์เสียแต่ก็ต้องมีมาตรการแก้ไขให้สามารถแสดงฉลากได้อย่างถูกต้อง และไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่ทราบว่าเป็นปลาปักเป้าเพราะสั่งปลามาจากล้ง เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิต โดยผู้ผลิตต้องมีมาตรการตรวจสอบหรือสอบถามว่าวัตถุดิบนั้นเป็นปลาปักเป้า หรือไม่ ซึ่งเป็นอาหารที่ห้ามผลิตและจำหน่าย เพราะนอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคอีกด้วย หากผู้บริโภคต้องการซื้อเนื้อปลา ให้เลือกซื้อเนื้อปลาที่คุ้นเคย มีวิธีสังเกตง่ายๆ เบื้องต้น หากเป็นเนื้อปลาแล่ที่เป็นปลาปักเป้า ลักษณะเนื้อจะนูนคล้ายสันในไก่ ไม่ควรเสี่ยงซื้อมาบริโภค กรณีเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อปลา เช่น ลูกชิ้น ปลาเส้น ให้พิจารณาว่าอยู่ในภาชนะบรรจุที่มีฉลากระบุแหล่งผลิต ที่ชัดเจน มีเครื่องหมาย อย.